พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ณ พระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ณ พระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์



วันศุกร์ ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๗

เวลา ๑๘.๒๐ น. - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จโดยรถยนต์ที่นั่งไปยังวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายศรัณยู  มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดหล่มสัก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๖ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ และคณะกรรมการวัด ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ นางรุ่งรวี  มีทองคำ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชบูรณ์ และคณะกรรมการวัดพระธาตุผาช่อนแก้ว ถวายพวงมาลัย




จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธนวราชบพิตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีลประธานสงฆ์ถวายศีล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กราบทูลรายงาน และนายกองเอกวิลาศ  รุจิวัฒนพงศ์ ประธานกรรมการวัด กราบทูลรายงานความเป็นมาการก่อสร้างพระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร 

ต่อจากนั้น เจ้าพนักงานพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเข้าถวาย ทรงสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และบรรจุลงในพระกรัณย์ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ พระราชทานพระกรัณย์ให้แก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานบนบุษบก เสด็จออกจากพลับพลาพิธี เสด็จไปยังพระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ทรงถือสายสูตร เจ้าหน้าที่กว้านสาแหรกซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานยังพระเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ทรงปลูกต้นพิกุล จำนวน ๑ ต้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธีทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา นายสุเทพ  เบียร์ดี นายอำเภอเขาค้อ กราบทูลเบิกผู้บริจาคเงินบำรุงพระอาราม เข้ารับของที่ระลึก จำนวน ๑๑๐ ราย เสด็จไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ พระภาวนาวชิรปราการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ถวายของที่ระลึก เสด็จออกจากพลับพลาพิธี เสด็จไปยังวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ เสด็จเข้าวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระศิลาขาวพระประธานประจำวิหาร ทรงลงพระนามในสมุดที่ระลึก เสด็จออกจากวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ ทรงเยี่ยมราษฎร เสด็จไปประทับรถยนต์ที่นั่ง และเสด็จกลับในเวลา ๒๐.๓๐ น.


เจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

เนื่องด้วยในปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงพระเมตตาประทานพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ซึ่งในช่วงแรกได้ประดิษฐาน ณ วิหารพระหยกเขียว แต่เนื่องด้วยพื้นที่ของพระวิหารมีขนาดแคบเกินไป ต่อมาพระภาวนาวชิรปราการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พร้อมคณะสงฆ์ จึงมีดำริสร้างพระมหาเจดีย์เพื่อรองรับพระบรมสารีริกธาตุ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างพระมหาเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิต เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีในพระพุทธศาสนา รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ


พระมหาเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตร เป็นผลงานพุทธศิลป์ที่งดงามและ

แฝงไปด้วยธรรมะอันลึกซึ้ง มีแนวความคิดของการสร้างสัญลักษณ์เป็นจักรวาลหลอมรวมดวงใจไว้ร่วมกัน ซึ่งได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากพุทธศาสนิกชนทุกสาขาวิชาชีพ

ที่มาร่วมสร้าง โดยพระภาวนาวชิรปราการและคณะสงฆ์ให้ความสำคัญกับการนำสิ่งที่คนคิดว่าไม่มีค่า เช่น กระเบื้อง ถ้วยชามสังคโลกที่แตกหัก มาประกอบการสร้างให้คนทั้งหลายได้ตระหนักถึงคุณค่าในสิ่งที่ตนเองมี แม้สิ่งนั้นจะไม่มีค่าต่อใครหลาย ๆ คน แต่จะมีคุณค่า ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับผู้คนที่มาร่วมสร้างใด้ระลึกถึงคุณงามความดีที่ตนและครอบครัวได้ทำไว้ รวมถึงผู้ที่ยอมสละของมีค่าของตน เช่น แก้วแหวนเงินทองทั้งหลาย น้อมถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา รวมจิตใจกันจนได้ก่อสร้างเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิตจนสำเร็จเสร็จสิ้น จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาร่วม ๑๗ ปี พระมหาเจดีย์ก็ได้มีการเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่จะบูรณะยอดมหาเจดีย์สิริราชธรรมนฤมิตด้วยทองคำแท้ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่คู่กับชุมชนและพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังต่อไป

เพชรบูรณ์ overcoat Music Festival 2024 จัดยิ่งใหญ่นักท่องเที่ยวนับหมื่นแห่รับลมหนาวใจกลางขุนเขา


เพชรบูรณ์  overcoat Music Festival 2024  จัดยิ่งใหญ่นักท่องเที่ยวนับหมื่นแห่รับลมหนาวใจกลางขุนเขา 

วันที่ 7 ธันวาคม 2567 ที่ Jolly Land Starlight Amphitheater อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ภาคเอกชนจัดคอนเสิร์ต Overcoat Music Festival 2024 ส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเขาค้อ นำศิลปินชั้นนำ ครบทุกแนวเพลง ประกอบด้วย MUSKETEERS / PURPEECH / YOURMOOD / MIRRR / PIXXIE / 4EVE / SLOT MACHINE / JOEYBOY / ONLY MONDAY / COCKTAIL / PAPER PLANES / PARADOX / ASIA7 / TWO POPETORN / MILLI  ถล่มเขาค้อ  สร้างความสนุกสนานแก่นักท่องเที่ยวนับหมื่นที่เข้าชม


     คอนเสิร์ต Overcoat Music Festival 2024   ปีนี้จัดเป็นปีที่ 14  ด้วยคุณภาพการจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงเป็นจำนวนมาก บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความสนุกสนาน  ท่ามกลางความหนาวเย็นที่ 18 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวบางรายแต่งตัวสร้างสีสัน ให้กับบรรยากาศของงานเทศกาลดนตรีรับลมหนาวใจกลางขุนเขา  โดยทางผู้จัดยัง ไม่อนุญาตให้นำ "บุหรี่ไฟฟ้า" ทุกรูปแบบเข้าภายในงาน หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎ มีโทษทางกฎหมาย ซึ่งการจัดคอนเสิร์ต Overcoat Music Festival 2024    สามารถกระตุ้นเศรษกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นอย่างดี  หลายรีสอร์ท ที่พัก ต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ  นักท่องเที่ยวแห่จองจนเต็ม ร้านค้า ร้านขายของฝาก ต่างได้รับผลประโยชน์จากการขายของ เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก



        นายจันทร์ศรีษร มณีฉาย กรรมการผู้จัดการบริษัทมีเดียแร็พจำกัด ผู้จัดคอนเสิร์ตโอเวอร์โค้ท 2024 กล่าวว่า คอนเสิร์ต Overcoat Music Festival 2024   ปีนี้จัดเป็นปีที่ 14 และก็เช่นเคย  บัตร sold out จำนวน 15,000 ใบ ปีนี้เป็นอีกปีที่อากาศในพื้นที่จัดงานดีมาก ทำให้คนดูสนุกและมีความสุขที่มาเที่ยวในงานวันนี้ ซึ่งเรามีศิลปิน หลากหลาย ทั้งทั้งอินดี้  ป๊อบ  ร็อค อาร์แอนด์บี เราอยากให้เพื่อนๆ ครอบครัว  พี่น้อง ไม่ว่าใครจะประสบปัญหาอะไร   เรายกพลขึ้นเขามาสนุกกันดีกว่า   Overcoat เราเติบโตขึ้นทุกปี มีการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐาน ให้ทุกคนที่มาท่องเที่ยวภายในงานมีความสนุก แต่ก็ต้องปลอดภัย  ในปีหน้าเราก็จะนำศิลปินที่หลากหลายมาสร้างความสนุกเช่นเคย และอาจจะสนุกกว่าเดิมขึ้นไปอีก  สำหรับคอนเสิร์ตอื่นๆ ที่จัดขึ้นในจังหวัดเพชรบูรณ์ เราก็ยินดีที่มาช่วยกันกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์  แต่ Overcoat Music Festival ก็ยังคงเป็นตำนานและอยู่คู่กับจังหวัดเพชรบูรณ์เหมือนเดิม












เพชรบูรณ์-มะขามเปรี้ยวยักษ์ นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า กลายเป็น "มะขามแช่อิ่มรสเด็ด”ส่งออกนอก


เพชรบูรณ์/มะขามเปรี้ยวยักษ์ นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า กลายเป็น "มะขามแช่อิ่มรสเด็ด”ส่งออกนอก 


เพชรบูรณ์ มะขามเปรี้ยวยักษ์ ที่ราคาตกต่ำ นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า กลายเป็น "มะขามแช่อิ่มรสเด็ด กรอบ เปรี้ยว หวาน" ส่งออกนอก สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวสมาชิกฯ และยังเป็นการ สร้างงาน สร้างเงินให้แก่ชุมชน 


 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 หากกล่าวถึง "มะขามหวาน" ส่วนใหญ่ต้องนึกถึง มะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์ เพราะขึ้นชื่อในเรื่องความหวานและคุณภาพดี แต่ในขณะเดียวกัน "มะขามเปรี้ยวยักษ์" ก็นับเป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่กำลังมาแรง ได้รับความนิยม และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน เช่นเดียวกับที่ศูนย์เรียนรู้ บ้านวังไทรทอง หมู่ 7 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ หลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตมะขามเปรี้ยวยักษ์ ซึ่งหากขายฝักสดตามปกติ จะได้ราคาเพียง กิโลกรัมละ 10-12  บาท แต่หากนำมาแปรรูปเป็น "มะขามแช่อิ่มรสเด็ด"แล้วนั้น  ก็จะเพิ่มมูลค่าของสินค้า พุ่งขึ้นไปสูงถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาท เลยทีเดียว

  นายนิเวศน์ เชื้อหงษ์ ประธานกลุ่มแม่บ้านวังไทรทองเหนือ หมู่ 7  เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีสมาชิกกลุ่มแม่บ้านวังไทรทองเหนือ รวมตัวกันอยู่ ราว 20 คน ซึ่งสมาชิกแต่ละคน ก็จะทำการปลูกต้นมะขามเปรี้ยวยักษ์ มากน้อย ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของแต่ละบุคคล และเมื่อถึงช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ตั้งแต่ห้วงเดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป มะขามเปรี้ยวยักษ์ ก็จะเริ่มออกฝักพร้อมเก็บจำหน่าย  หากขายฝักสด ก็จะได้ราคาเพียง กิโลกรัมละ 10 - 12 บาท จึงทำให้สมาชิกในกลุ่ม รวมตัวกันนำมะขามเปรี้ยวยักษ์ มาดำเนินการแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มรสเด็ด ชูจุดเด่นรสชาติ "กรอบ เปรี้ยว หวาน" เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า ส่งขายตามท้องตลาด และตามช่องทางออนไลน์ ในราคาขายส่ง กิโลกรัมละ 80 บาท และยังมีบริษัทมารับซื้อจำนวนมากเพื่อส่งออกต่างประเทศ ส่วนขายปลีก ในราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท  ช่วยสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวแก่สมาชิกฯ และยังเป็นการ สร้างงาน สร้างเงินให้แก่ชาวบ้านในชุมชน อีกด้วย
  สำหรับส่วนประกอบ มะขามแช่อิ่มรสเด็ด "กรอบ เปรี้ยว หวาน"  จะมีส่วนผสมของ มะขามสดฝักใหญ่ 1 กิโลกรัม (ประมาณ 40 ฝัก) ,น้ำต้มเดือด ,น้ำปูนใส 5 ถ้วย ,น้ำเกลือ (เกลือ 1/2 ถ้วยต่อน้ำ 5 ถ้วย ) ,น้ำเชื่อม ,น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม ,เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ,น้ำ 3 ถ้วย
  ส่วนวิธีทำ  เริ่มจากนำมะขามสดฝักใหญ่ใส่เตรียมไว้ภาชนะ เมื่อต้มน้ำเดือดแล้ว เทลงในภาชนะให้ท่วมฝักมะขาม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที จึงเทน้ำออกให้หมด ซึ่งน้ำร้อนจะช่วยให้แกะเปลือกมะขามออกได้ง่ายขึ้น จากนั้นตามด้วยแช่น้ำเย็นทันที แล้วแกะเปลือกออก นำมะขามที่แกะเปลือกออกแล้ว แช่ในน้ำปูนใส ประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วเอาขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาด นำไปแช่ในน้ำเกลือประมาณ 3 ชม. แล้วล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมะขามลงแช่ในน้ำปูนใสอีกรอบเพื่อต้องการให้กรอบ ก่อนแช่ในน้ำเกลือเพื่อให้มะขามลดความเปรี้ยวลง  จากนั้นให้นำน้ำตาลทราย เกลือป่น น้ำ ตั้งไฟพอเดือด ให้น้ำตาล เกลือ ละลายหมด จึงกรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้ให้เย็น แล้วนำมะขามลงแช่ ให้น้ำเชื่อมท่วมมะขาม พักไว้ 1 วัน พอวันที่ 2 นำมะขามขึ้นจากน้ำเชื่อม เพื่อทำการแพ็กใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม ส่งขายตามท้องตลาด ตามชุมชน และตามช่องทางออนไลน์ ในราคากิโลกรัมละ100-120บาท และหากซื้อ10 กิโลกรัมขึ้นไป จะขายในราคาส่ง ลดราคาพิเศษเพียงกิโลกรัมละ 80 บาทเท่านั้น
   โดยในขณะนี้ พบว่ามะขามแช่อิ่ม กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง มียอดสั่งซื้อเฉลี่ยวันละกว่า200 – 300 กิโลกรัม/วัน และยังส่งให้กับบริษัทที่นำส่งออกไปต่างประเทศ ครั้งละ 1,000-1,500 กิโลกรัม ต่อครั้ง ช่วยสร้างรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแก่สมาชิกในกลุ่มอย่างงาม และนอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยชาวบ้านที่มารับจ้างแปรรูปมะขามแช่อิ่ม จะมีรายได้วันละ 300 บาท
  ด้าน นายพิทยา ดวงพัตรา นายอำเภอวังโป่ง และนายวิชิต ใจเฉื่อย เกษตรอำเภอวังโป่ง ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนมะเปรี้ยวยักษ์ของเกษตรกร  และ ชม ชิม ช้อป มะขามแช่อิ่มของกลุ่มแม่บ้านวังไทรทองเหนือแปรรูปมะขามเปรี้ยวยักษ์มะขามแช่อิ่ม  และดูวิธีการแปรรูปมะขามเปรี้ยวยักษ์เป็น มะขามแช่อิ่ม รสเด็ด กรอบ เปรี้ยว หวาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และพร้อมสนับสนุน 

 นายพิทยา ดวงพัตรา นายอำเภอวังโป่ง เผยว่า  หมู่บ้านวังไทรทองเหนือ นอกจากจะมีมะขามหวาน ที่ให้รสชาติอร่อยขึ้นชื่อแล้ว  ยังมีมะขามเปรี้ยวยักษ์คุณภาพดี แล้วยังนำมาแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มรสชาติ หวาน กรอบอร่อย ที่สำคัญถูกหลักอนามัย  สำหรับผู้ที่สนใจ อยากสั่งซื้อมะขามแช่อิ่มรสเด็ด กรอบ เปรี้ยว หวาน สามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มแม่บ้านวังไทรทองเหนือ ติดต่อ นายนิเวศน์ เชื้อหงษ์ ประธานกลุ่ม หมู่ 7 โทร. 080-5068863

ยุทธ ศรีทองสุข/รายงาน

เพชรบูรณ์ จัดคอนเสิร์ต คอ ฅน 90 มี 6 ศิลปินชั้นนำ แนวเพื่อชีวิต มาสร้างความสุขให้กับแฟนเพลง นับหมื่นคนมาชม

เพชรบูรณ์ จัดคอนเสิร์ต คอ  ฅน 90 มี 6 ศิลปินชั้นนำ แนวเพื่อชีวิต มาสร้างความสุขให้กับแฟนเพลง  นับหมื่นคนมาชม 





วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ บริเวณลานกิจกรรมตลาดน้ำชุน ทางขึ้นเขาค้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์  ได้จัดกิจกรรม PERFECT MUSIC FESTIVAL  เทศกาลดนตรีเพื่อชีวิต คอ – ฅน -90 ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นการจัดแสดงสด คอนเสิร์ตกลางแจ้งโต้ลมหนาว ของเหล่าศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ยุค 90 ซึ่ง งานคอนเสิร์ต PERFECT MUSIC FESTIVAL  ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากปีที่แล้ว ได้รับการต้อนรับจากแฟนคลับ เกินความคาดหมาย ซึ่งในการจัดเทศกาลดนตรีเพื่อชีวิต “Perfect Music Festival 2024” คอ-ฅน ’90s  วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ของจังหวัดเพชรบูรณ์ และมุ่งหวังที่ต้องการให้คอนเสิร์ตฯ นี้ อยู่ใน ปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัด อีกด้วย และ รายได้ส่วนหนึ่ง ก็จะนำไปบริจาคให้ทาง โรงพยาบาลหล่มสัก นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ยังขาดแคลนอยู่


สำหรับการจัดคอนเสิร์ตฯ ในครั้งนี้ยังคงยึดแนวเดิม คือเป็นดนตรีแนวเพลงเพื่อชีวิต โดยจะมีศิลปินเพลงเพื่อชีวิต ชั้นนำระดับตำนาน เบอร์ 1 ของประเทศไม่ว่าจะเป็น ทอม ดันดี , พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ , ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ , คาราบาว , โป่ง หิน เหล็ก ไฟ, ลาบานูน  และในปีนี้ ทั้งระบบ แสง สี เสียง บนเวที ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการกว่าเดิม โดยเฉพาะระบบเสียง  นำเอาเครื่องเสียงระดับโลก ยี่ห้อเน็ตโซ ซึ่งเป็นเครื่องเสียงระดับโลก มาให้แฟนคลับได้สัมผัส 


โดยค่ำคืนนี้ ได้มีแฟนคลับ จากทั่วประเทศ ที่เดินทางมาชมคอนเสิร์ตฯ ในครั้งนี้มากกว่า 10,000 คน ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความสนุกสนาน โดยกิจกรรมได้เริ่ม ตั้งแต่เวลา 16.30 น. ไปจนถึงเวลา 03.15 น  ท่ามกลางสภาพอากาศ ที่มีความหนาวเย็นราว 18 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว

เพชรบูรณ์- นักท่องเที่ยวและชาวบ้านเดินเท้าขึ้นกราบไหว้เจดีย์สีทองคอหวยไม่พลาด แห่ส่องเลขเด็ดในขันน้ำมนต์

เพชรบูรณ์- นักท่องเที่ยวและชาวบ้านเดินเท้าขึ้นกราบไหว้เจดีย์สีทองคอหวยไม่พลาด แห่ส่องเลขเด็ดในขันน้ำมนต์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด พร้อมด้วย ชาวบ้านหมู่ 7 บ้านวังไทรทองเหนือ และ ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านวังไทรทองใต้ ตลอดจนพุทธศาสนิกชน ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวนกว่า 100  คน พร้อมด้วยคณะสงฆ์30 รูป นำโดย พระอาจารย์ชูชาติ  โรจนธฺมโม  เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์เขาปู่  ได้พากันจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียน  ออกเดินเท้าจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าขึ้นไปบนยอดเขาปู่  ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าชุมชน ในระยะทางกว่า 2.5 กิโลเมตร และ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 700 เมตร  เพื่อร่วมประกอบพิธีเจริญพุทธมนต์ฉลองพระเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม ด้วยการให้ทาน  รักษาศีล เจริญภาวนา และมีการเดินเวียนรอบพระเจดีย์สีทอง เหลืองอร่ามจำนวน3 รอบ ซึ่งได้มีการนำพระผงสมเด็จวัดปากน้ำสมเด็จวัดระฆัง จำนวนกว่า 20,000 องค์ ประดับจนรอบเจดีย์ มีขนาดความสูง วัดจากฐานถึงยอด ราว 8 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร   ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้น เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และใช้สำหรับประกอบพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา   อีกทั้ง ชาวบ้านในพื้นที่ ยังมีความเชื่อว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาปู่แห่งนี้ จะคอยปกปักรักษาผืนป่า และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาววังโป่ง มาแต่โบราณ




  และในโอกาสเดียวกันนี้ พระอาจารย์ชูชาติ  โรจนธฺมโม  เจ้าอาวาสที่พักสงฆ์เขาปู่ ยังได้นำนักท่องเที่ยวและชาวบ้าน ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เดินชมต้นไม้เล็กต้นไม้ใหญ่ หินตั้ง หินย้อยต่างๆอันสวยงามในป่าในระหว่างเดินขึ้นเขา เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้าน เกิดความรัก หวงแหน ทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก  และเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา ยังได้ร่วมกันถ่ายภาพจุดชมวิว  ซึ่งระหว่างทุกคนถ่ายภาพนั้นก็จะสามารถมองเห็นที่ตั้งของตัวหมู่บ้านทั้งสองได้อย่างชัดเจน และยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ได้รอบ 360 องศา พร้อมได้สูดโอโซนเต็มปอด ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย และสดชื่น จนทุกคนลืมความเหนื่อยล้าไปทันที ซึ่งก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม

  ทั้งนี้ หลังจาก พระอาจารย์ชูชาติ  โรจนธฺมโม ประกอบพิธีแล้วเสร็จ ก็จะปะพรหมน้ำมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคล แต่ปรากฎว่า คอหวยไม่พลาดส่องตัวเลขในบาตรน้ำมนต์ และธุปเสี่ยงทายตัวเลข ต่างพากันแห่ไปมุงดูพร้อมใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปส่งต่อกันอย่างคึกคัก บางคนตีตัวเลขในบาตรน้ำมนต์เป็นเลข 9เลข6เลข0 ส่วธูปเสี่ยงทาย เลข742 โดยชาวบ้านรายหนึ่ง ถึงกับเขียนตัวเลขใส่กระดาษอย่างชัดเจน เลข 96 นำไปเสี่ยงโชค

เดชา มลามาตย์ เพชรบูรณ์

เพชรบูรณ์ -เก๋งซิ่งชนจักรยานดับ คาดว่าตกใจศพที่ติดหน้ารถ ดึงลงทิ้งหน้าหมู่บ้าน

เพชรบูรณ์ เก๋งซิ่งชนจักรยานดับ คาดว่าเจ้าของรถ น่าจะตกใจศพที่ติดหน้ารถ จึงดึงร่างลงมาทิ้งที่บริเวณซอย หน้าหมู่บ้าน

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567  พ.ต.ต.ปรเมษฐ์ ชาตรี สารวัตรสอบสวน สภ.ชนแดน ได้รับแจ้งเหตุว่า มีคนนอนเสียชีวิตอยู่ในซอยบ้านตะกุดจั่น บนถนน หมายเลข 113 สายชนแดน-ดงขุย ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ จึงประสาน แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน กู้ชีพเทศบาลตำบลท่าข้าม พร้อมทั้ง สมาคมร่วมกตัญญูชนแดน ร่วมอำนวยความสะดวก  เมื่อไปถึง พบรถจักรยานสีชมพู ถูกเฉี่ยวชนสภาพพังยับไม่มีชิ้นดี ตกอยู่ข้างถนน ห่างจากถนนประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นซอยในหมู่บ้าน ริมรั้วบ้านเป็นปูน พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายอยู่กับพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อม แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน ร่วมทำการชันสูตรพลิกศพ พบว่า ผู้ตายมีบาดแผลที่บริเวณขาขวาและ ข้อเท้าซ้ายหัก หัวไหล่ขวาหัก และบริเวณหลังศีรษะ บริเวณด้านขวากะโหลกศีรษะยุบ เหมือนถูกกระแทกมาอย่างแรง บริเวณหน้าผากด้านซ้าย มีรอยเลือดไหลออกมาเป็นทาง ทราบชื่อต่อมาคือนายสวัสดิ์  โฉมจีบ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 771/1 หมู่ 1 ซอยเทศบาล 7 ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเหตุเกิด เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ช่วงเวลาประมาณ 22.30 น.ที่ผ่านมา







 ต่อมา นายใส ศรีพรหม อายุ 70 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 44 / 1 หมู่ 8 ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของบ้านที่พบร่างผู้เสียชีวิต ได้เปิดกล้องวงจรปิด ดูพบว่า ได้มีรถเก๋ง สีบอลทอง ไม่ทราบ ยี่ห้อรุ่น และ หมายเลขทะเบียน วิ่งมาจอดบริเวณดังกล่าวอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นมีชายสูงอายุ เดินลงจากรถเพื่อมาดึงร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถ ลงเอานอนไว้ข้างประตูรั้ว ดังกล่าว ตามคลิป แล้วก็ขับรถออกไป

 จากการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ในคืนดังกล่าวผู้ตายได้ปั่นรถจักรยานออกจากบ้านลัดเลาะมาตามถนน ไม่ทราบว่าจะไปไหน เนื่องจากมีอาการหลงหลงลืมๆ อาจจำทาง กลับบ้าน ไม่ได้ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ อาจจะโดนรถเก๋ง คันดังกล่าว ชนทางด้านหลัง แล้วศพ กระเด็น ขึ้นไปติดด้านหน้าของรถ ด้วยความตกใจ เจ้าของรถ จึงนำศพมาทิ้งในบริเวณในซอยหมู่บ้านที่พบศพ 

   ต่อมา เมื่อเวลา 14:30 น. ของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ทางเจ้าหน้า ตำรวจ สภ.ชนแดน ทำการติดตามรถที่ก่อเหตุตามกล้องวงจรปิดต่างๆ จนพบรถต้องสงสัย ยี่ห้อ ฮอนด้าซีวิค สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน กท 1791 พิจิตร โดยสภาพรถ กันชนด้านหน้าซ้ายยุบ กระจกด้านหน้าแตก ภายในกระจกคาดว่าเป็น เส้นผมของผู้ตายติดอยู่ และประตูทางด้านซ้ายมีคราบเลือดติดอยู่ โดยรถจอดอยู่ที่บ้านของนายชาญชัย ไทยเมืองทอง อายุ 74 ปี อยู่เลขที่ 85/5 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยนายชาญชัย ปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างว่าคืนดังกล่าว ตนไม่ได้ออกจากบ้านไปไหน ส่วนสภาพรถนั้น ให้การว่าได้เกิดอุบัติเหตุมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจยึด รถคันดังกล่าว เพื่อนำไปตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง

มนตรี  นรดี เพชรบูรณ์


เด็กหญิง 11 ปีตามเพื่อนไปดูกระทงที่ลอยไว้ พลัดตกน้ำดับคาก้นสระ



เด็กหญิง 11 ปีตามเพื่อนไปดูกระทงที่ลอยไว้ พลัดตกน้ำดับคาก้นสระ



วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น ร้อยตำรวจเอกพิเชต จันทร์เทศ ร้อยเวรสภ.อ ดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเด็กจมน้ำในสระจึงประสานสมาคมกูชีพ-กู้ภัย ชนแดนสงเคราะห์ แพทย์หญิงธันยธรณ์ จุลภาคี แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน ออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณสระน้ำหลังวัดธรรมรัตนาราม(วัดบ้านกล้วย) หมู่ 3 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ในที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากมุงดูเหตุการณ์  จากนั้นชุดประดาน้ำของทีมกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ จำนวน 3 นาย ได้เดินทางมาถึงและสำรวจว่าสระน้ำดังกล่าวเป็นสระหลวงซึ่งมีความกว้าง 30 เมตรยาว 50 เมตรลึก 10 เมตร มีสะพานปูนทอดยาวลงไปในน้ำ มีกระทงจำนวนหนึ่งลอยอยู่บริเวณขอบสระ จากนั้นนักประดาน้ำทั้ง 3 นายจึงลงทำการค้นหาจนกระทั่งเวลา 14.30น. จึงพบร่างเป็นเด็กหญิงสวมเสื้อยืดสีเลือดหมู กางเกงวอร์มสีเทา ทราบชื่อภายหลังคือเด็กหญิงชนัชญา   อายุ 11 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ 13 ตำบลบ้านกล้วย  อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์  น้องได้อาศัยอยู่กับตาและยาย ส่วนพ่อแม่ของน้องได้ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ จมอยู่ใต้พื้นน้ำห่างจากขอบสระกว่า 15 เมตร




จากการสอบถาม เด็กชายบี นามสมมุติ เพื่อนของผู้ตายทราบว่า ได้ชักชวนเพื่อน ที่อยู่บริเวณใกล้วัดประมาณ 5-6 คน มาเล่นที่สระน้ำหลังวัดเพื่อมาดูกระทงที่ตัวเองและเพื่อน ๆ นำมาลอยไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนกลางวัน โดยได้เดินลงไปบริเวณบันได ซึ่งทำจากปูนซีเมนต์ทอดยาวลงไปในสระ ส่วนที่อยู่ใต้น้ำทำจากแผ่นไม้กระดานซึ่งจมอยู่ใต้น้ำประมาณ 1 เมตร เด็ก ๆ ได้พากันเดินตามลงไปเรื่อย ๆ โดยผู้ตายเดินนำหน้า คาดว่าน่าจะสุดบันไดจึงพลัดตกน้ำประกอบกับว่ายน้ำไม่เป็น พยายามตะเกียกตะกายโผล่ขึ้นผิวน้ำหลายครั้ง เด็กๆที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงใช้ไม้ยื่นเพื่อให้ผู้ตายได้คว้า แต่ผู้ตายก็จมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาทุกคนจึงวิ่งไปตามผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้วัดมาช่วยกันค้นหาแต่ไม่พบ เนื่องจากสระน้ำดังกล่าวมีความลึกมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยังชุดนักประดาน้ำของกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์ จนสามารถนำร่างขึ้นมาจากก้นสระได้ ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


ภาพข่าว-มนตรี นรดี 

เพชรบูรณ์ หนุ่มขับรถจักรยานยนต์ หายออกจากบ้าน 3 วัน พบขึ้นอืด กลางคลอง


เพชรบูรณ์ หนุ่มขับรถจักรยานยนต์หายออกจากบ้าน 3 วันพบขึ้นอืด กลางคลอง 

เหตุหายออกจากบ้าน 3 วันพบขึ้นอืด กลางคลอง รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 15.45 น. พ.ต.ท.ชูเกียรติ น้ำเงิน สารวัตเวร สภ.อ.ดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์  ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพปริศนาลอยขึ้นอืดติดอยู่กับกิ่งไม้ในคลอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของกู้ชีพกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์  นายแพทย์วสวัตต์ จันทร์เจริญกิจ แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดนออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นคลองแบ่งเขตระหว่างตำบลบ้านกล้วย กับตำบลดงขุย หลังหมู่บ้านดงสว่าง หมู่ 12 ตำบลดงขุย  อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์  ริมคลองพบชาวบ้าน เกือบ 100 คนให้ความสนใจเกาะกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นา ๆ กลางลำคลองน้ำไหลกว้างประมาณ 10 เมตรลึกประมาณ 3 เมตร 



พบศพชายสวมเสื้อยืดชั้นในสีเขียว เสื้อคลุมแขนยาวสีกรมท่า สวมกางเกงสแล็คสีดำ สภาพศพนอนคว่ำหน้า ส่วนของคอเสื้อติดอยู่กับกิ่งไม้ลอยขึ้นอืดอยู่กลางลำคลอง บริเวณใบหน้าบวมเปล่งมีน้ำเลือด น้ำหนองไหลทางปากและจมูก จำใบหน้าไม่ได้ มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณเหนือคิ้ว ด้านซ้ายยาวประมาณ 6 เซนติเมตรกว้าง 3 เซนติเมตร ส่วนหูทั้งสองข้างมีร่องรอยของสัตว์กัดแทะ จนไม่มีชิ้นดี ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน 



ในเวลาต่อมามีผู้พบเห็นกระเป๋าสีดำติดอยู่บนกิ่งไม้บริเวณสะพานข้ามคลองด้านเหนือของน้ำห่างจากจุดพบศพประมาณ 300 เมตร ในกระเป๋ามีบัตรประชาชน ระบุชื่อ นายธวัชชัย ปังเกตุ อายุ 29 ปีอยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 6 ตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร คาดว่าเป็นของผู้ตาย และบริเวณคอสะพานมีร่องรอยของการเฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจขับรถจักรยานยนต์เสียหลักตกลงไปในคลองจึงประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยลุงค้นหารถในบริเวณใต้สะพานใช้เวลาประมาณ 20 นาทีพบรถจักรยานยนต์แบบหญิงยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กข 8830 พิจิตร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน

 




ต่อมา นางสาวศิรประภา เด็ดแก้ว อายุ 28 ปีอยู่บ้านเลขที่ 214 / 1 หมู่ 5 ตำบลดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ อุ้มลูกน้อยเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพบรถและศพถึงกับปล่อยโฮออกมา และได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นศพของสามีของตนเองที่หายออกจากบ้านมาตั้งแต่เมื่อเที่ยงของวันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม 2567 บอกว่าจะไปบ้านพ่อ ที่อยู่อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร ตนเองได้ติดต่อไปทางบ้านของพ่อผู้ตาย พ่อผู้ตายบอกว่าออกไปตั้งแต่ 3ทุ่มแล้ว ตนและญาติได้ออกตาม ทุกที่แล้วก็ไม่พบ

 


นางเฉลียง ปานเพชร อายุ 60 ปี อยู่ บ้านเลขที่ 48/1 หมู่ 1 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าให้ฟังว่าในขณะที่ตนเดินออกมาจากบ้านเพื่อที่จะมาหาหน่อไม้บริเวณริมคลอง ซึ่งตนได้เหลือบไปเห็นมีวัตถุลอยอยู่กลางน้ำตนคิดว่าเป็นตุ๊กตาจึงเรียกเพื่อนบ้านช่วยมาดู รู้ว่าเป็นศพของคนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. ดงขุยมาตรวจสอบ


ทางด้านนายอดิศร สังเกตอายุ 55 ปีอยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 6 ตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพ่อของผู้ตายเล่าให้ฟังว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเวลาประมาณสามทุ่มเศษผู้ตายได้ออกจากบ้านตนบอกว่าจะกลับบ้านที่ดงขุย อำเภอชนแดนสุดท้ายก็หายไป ติดต่อไม่ได้จนมาพบเป็นศพดังกล่าวอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


มนตรี นรดี  เพชรบูรณ์

ตาหลับในขับรถชนต้นไม้ยายดับคาที่หลังจากไปทำธุระที่ธนาคาร





ตาหลับในขับรถชนต้นไม้ยายดับคาที่หลังจากไปทำธุระที่ธนาคาร


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 กันยายน 2567 ร้อยตำรวจเอกสุเทพ อินทะรังษี ร้อยเวรสภ.ดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุเสียหลักชนต้นไม้ ประสานกู้ชีพเทศบาลตำบลบ้านกล้วย กู้ชีพ-กู้ภัยชนแดนสงเคราะห์พร้อมนายแพทย์ธนนันท์ อนุรักษ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดนออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณ หมู่ 5 บ้านเขาคณฑา ตำบลดงขุย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้าสีเทา หมายเลขทะเบียน บร - 6686 เพชรบูรณ์  เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตร โดยมีนายประมวล ไทยณรงค์อายุ 79 ปีเป็นผู้ขับขี่ อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ 10 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย กู้ชีพ อบต.บ้านกล้วยนำส่งโรงพยาบาลชนแดน ส่วนในรถพบนางจำรัส ไทยณรงค์ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 258 หมู่ 10 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 


ต่อมาได้ทำการสอบถามนายแสวง จันทร์แวงอายุ 68 ปีน้องชายของนางจำรัส ไทยณรงค์  ให้การว่าทั้งสองได้ไปทำธุระที่ธนาคารในตัวอำเภอชนแดนแล้วขากลับคาดว่าน่าจะเกิดอาการหลับในทำให้รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว


จากนั้นนายแพทย์ธนนันท์ อนุรักษ์ แพทย์เวรประจำวันโรงพยาบาลชนแดนทำการชันสูตรพลิกศพเพื่อตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป


มนตรี  นรดี ภาพข่าว

เพชรบูรณ์-ตาวัย71ปี ลื่นตกลงไปในคลองถูกน้ำป่าพัด จมเสียชีวิต



เพชรบูรณ์-ตาวัย71ปี ลื่นตกลงไปในคลองถูกน้ำป่าพัดเสียจมเสียชีวิต

เวลา 09.30 น.วันที่ 26 สิงหาคม 2567 ขณะที่ ร.ต.อ.สังวาลย์  ศรีบัวรินทร์ พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรสอบสวน สภ.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในคลองน้ำเขาปู่ข้างสวนมะขาม หมู่ 1 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์  จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลวังโป่ง ที่เกิดเหตุเป็นลำคลองกว้างประมาณ 3 เมตร ระดับน้ำประมาณ 20 ซม.พบศพเพศชายสวมเสื้อสีน้ำตาลกางเกงขายาวสีเทา นอนหงายเสียชีวิตลักษณะขาพาดอยู่กับกิ่งไม้ที่ขวางลำคลองอยู่ สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย ทราบชื่อต่อมาคือนายสมัย  กันยาประสิทธิ์ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 1 ต.ซับเปิบ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์  จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยการทำร้ายหรือบาดแผลใดๆที่ส่งผลให้เสียชีวิตได้ คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 7 วัน


จากการสอบสวนนางนาง กันยาประสิทธิ์ อายุ60ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่าปกติสามีของตนจะมานอนเฝ้าควายที่เลี้ยงไว้ในสวนมะขามใกล้กับจุดเกิดเหตุ 3-4 วันก็จะกลับบ้านที ล่าสุดมาสามีออกจากบ้านมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2567 กระทั่งหลายวันผ่านไปสามียังไม่กลับมาบ้านแต่ก็ไม่ได้เฉลียวใจ กระทั่งวันที่ 21 ส.ค.2567 เพื่อนบ้านที่มีสวนมะขามหวานใกลๆกันจะผ่านไปแถวนั้นตนจึงได้ฝากข้าวสารและวัตถุดิบในการทำอาหารไปให้สามี และทราบภายหลังว่าเพื่อนบ้านไปถึงเวลาประมาณ 2 ทุ่มไม่มีใครอยู่ในกระท่อม จึงได้เรียกหาแต่ไม่มีใครตอบ คาดว่าสามีอาจจะออกไปดูควายจึงได้ห้อยของฝากไว้ที่ข้างกระท่อม  จนกระทั่งเมื่อเช้าหลานชายงอแงอยากจะไปหาตา ตนจึงให้ลูกชายพาหลานไปหาตาแต่ก็ไม่พบและพบว่าวัตถุดิบที่ฝากเพื่อนบ้านไปนั้นยังห้อยอยู่ข้างกระท่อมและเริ่มเน่าแล้ว คิดว่าต้องเกิดเรื่องร้ายกับสามีแน่จึงได้ไปตามเพื่อนบ้านและแจ้งอาสากู้ภัยให้มาช่วยกันค้นหากระทั่งมาพบถุงใส่หน่อไม้ตกอยู่ข้างลำคลอง และพบศพของสามีนอนเสียชีวิตอยู่ในคลองห่างจากจุดที่พบถุงหน่อไม้ประมาณ 100 เมตร


ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อ ส่วนร่างกายก็ไม่พบบาดแผลที่จะทำให้เสียชีวิตได้ คาดว่าในวันเกิดเหตุผู้ตายที่มานอนเฝ้าควายได้เดินหาหน่อไม้และคาดว่าน่าจะลื่นตกลงไปในคลองซึ่งในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมาได้มีน้ำป่าไหลของมาจากบนภูเขาจึงอาจจะทำให้นายสมัยจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายจึงได้ให้นำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


ข่าวอัพเดท

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที อบจ.เพชรบูรณ์ เปิ...

บทความยอดนิยม