เพชรบูรณ์ ซุ่มโหดยิงอดีตนายก อบต. ดับคาหน้าบ้าน คนร้ายซิ่ง จยย.หนีลอยนวล ตร.ตั้งปมการเมือง–ธุรกิจ


เพชรบูรณ์  ซุ่มโหดยิงอดีตนายก อบต. ดับคาหน้าบ้าน คนร้ายซิ่ง จยย.หนีลอยนวล ตร.ตั้งปมการเมือง–ธุรกิจ



คนร้ายใจเหี้ยม ซุ่มก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค เสียชีวิตคาหน้าบ้าน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีลอยนวล เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งปิดล้อมล่าตัว พร้อมตั้งประเด็นสังหารทั้งปมการเมือง เรื่องส่วนตัว และธุรกิจ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ศูนย์วิทยุ สภ.ดงขุย รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ 5 ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ บริเวณหน้าวัดลาดแค ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน และอาสาสมัครกตัญญู จุดชนแดน



ที่เกิดเหตุพบร่าง นายศราวุฒิ วงค์คำจันทร์ อายุ 59 ปี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค นอนเสียชีวิต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด รวม 5 นัด เข้าลำคอ 1 นัด ไหล่ซ้าย 1 นัด ไหล่ขวา 1 นัด หน้าท้อง 1 นัด และต้นแขนอีก 1 นัด


จากการสอบถามพยานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณระหว่างรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ กับกระท่อมหน้าบ้าน จากนั้นมีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีกรมท่า-ดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ขี่เข้ามาประกบก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย 5 นัดซ้อน แล้วเร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไปทางบ้านลาดแคใต้ ออกเส้นทางเขาชะโงก

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงขุย และ สภ.ชนแดน ได้วิทยุสกัดจับทุกเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี แต่ยังไม่พบตัว

เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นสาเหตุการสังหารไว้ 3 แนวทาง คือ ความขัดแย้งทางการเมือง เรื่องส่วนตัว และปมธุรกิจ โดยอยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ และสอบสวนผู้ใกล้ชิด เพื่อคลี่คลายคดีและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





เพชรบูรณ์ระทึก! ไฟฟ้าลัดวงจรหม้อแปลงระเบิดกลางดึก โรงพยาบาลวังโป่งโกลาหล อพยพผู้ป่วยหนีตายกว่า 30 ชีวิต

 


เพชรบูรณ์ระทึก! ไฟฟ้าลัดวงจรหม้อแปลงระเบิดกลางดึก โรงพยาบาลวังโป่งโกลาหล อพยพผู้ป่วยหนีตายกว่า 30 ชีวิต

ผู้ป่วย-ญาติแตกตื่นกลางความมืด หลังเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าในโรงพยาบาลวังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ระเบิดสนั่น ทำหลอดไฟทั้งตึกอำนวยการและตึกผู้ป่วยแตกกระจาย กลิ่นไหม้คลุ้งทั่วอาคาร เจ้าหน้าที่เร่งประกาศภาวะฉุกเฉิน อพยพผู้ป่วยหนีเอาชีวิตรอดกลางแสงไฟจากรถยนต์และเครื่องปั่นไฟขนาดเล็กที่ระดมมาจากกู้ภัยกว่า 50 นาย





เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 หลังมีไฟตกสลับดับติดมานานกว่าชั่วโมง ก่อนหลอดไฟเริ่มกระพริบมีกลิ่นไหม้และระเบิดต่อเนื่อง จนระบบไฟฟ้าทั้ง 2 อาคารดับสนิท สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างมาก

โรงพยาบาลต้องประกาศ “แผนอพยพฉุกเฉิน” โดยประสานสมาคมกู้ชีพ-กู้ภัยในพื้นที่ระดมกำลังกว่า 50 คน ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดออกจากตึกผู้ป่วย โดยมีผู้ป่วยวิกฤติ 5 ราย ส่งต่อรักษาด่วนที่โรงพยาบาลชนแดน ส่วนผู้ป่วยทั่วไปกว่า 30 ราย ต้องย้ายมานอนรักษาชั่วคราวในหอประชุมของโรงพยาบาล ซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น ท่ามกลางความมืดที่ต้องอาศัยแสงไฟจากรถยนต์ของญาติและเครื่องปั่นไฟของอาสากู้ภัย






ผอ.โรงพยาบาลเผยต้องตัดระบบไฟทั้งอาคาร หวั่นซ้ำร้าย อุปกรณ์การแพทย์ระเบิดต่อเนื่อง

นพ.จีรยุทธ ใจเขียนดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวังโป่ง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายมีไฟตกสลับดับหลายครั้ง กระทบต่อเครื่องมือแพทย์สำคัญ กระทั่งช่วงหนึ่งทุ่มเกิดการระเบิดของอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายตำแหน่ง จำเป็นต้องตัดระบบไฟทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมประสานย้ายผู้ป่วยหนักไปยังโรงพยาบาลชนแดน และให้ผู้ป่วยอาการดี 10 รายกลับบ้าน

“เราพยายามกู้ระบบไฟฟ้าโดยความร่วมมือจากการไฟฟ้า จนถึงตีสองจึงสามารถจ่ายไฟบางส่วนกลับมาใช้งานได้ แต่ตึกอุบัติเหตุฉุกเฉินยังไม่พร้อมให้บริการ ผู้ป่วยบางส่วนต้องกระจายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และโรงพยาบาลทับคล้อ จ.พิจิตร” ผอ. กล่าว

ขณะเดียวกัน พบความเสียหายเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก ทั้งเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟในอาคารหลัก รวมถึงเครื่องปั่นไฟที่คาดว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา ซึ่งบริษัทผู้รับผิดชอบจะเข้าตรวจสอบในช่วงบ่าย คาดใช้เวลา 2-3 วันจึงจะทราบสาเหตุชัดเจน

ชาวบ้านและญาติผู้ป่วยต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงมาตรฐานระบบไฟฟ้าโรงพยาบาล และเรียกร้องให้เร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน หวั่นเกิดเหตุซ้ำสร้างความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานพยาบาลของรัฐ  ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป


ยุทธ  ศรีทองสุข

เพชรบูรณ์ ชาวบ้านและเซียนหวย ฮือฮาพบต้นกล้วยประหลาดหัวปลีและหวีกล้วยโผล่กลางลำต้น แห่ขอหวยกันตามความเชื่อ



เพชรบูรณ์ ชาวบ้านและเซียนหวย ฮือฮาพบต้นกล้วยประหลาดหัวปลีและหวีกล้วยโผล่กลางลำต้น แห่ขอหวยกันตามความเชื่อ



เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ต่างพากันฮือฮา เมื่อพบต้นกล้วยประหลาด ซึ่งปลูกเอาบริเวณตรงข้ามกับหน้าบ้าน ซึงถูกปลูกมาเกือบปีแล้ว เหลืออยู่หลายต้นทั้งต้นเล็กต้นใหญ่  แต่อยู่มาวันหนึ่ง กลับพบกล้วยและหัวปลี โผล่ออกมากลางลำต้น สร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก



  ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บริเวณหน้าบ้าน ของนางเฉลียว คล้ายแก้วอายุ68 ปี อยู่บ้านเลขที่445หมู่ 5  บ้านหนองตาด  ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้ปลูกกล้วยเอาไว้รวมกัน ราว 30ต้น  แต่มีอยู่ 1 ต้น ที่มีความผิดปกติ แปลกประหลาดไปจากต้นอื่น เมื่อพบว่าได้ออกลูกและหัวปลี โผล่ออกมาจากกลางลำต้น  สร้างความฮือฮาแก่เจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก จึงนำไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง กระทั่งในวันนี้ ชาวบ้านและเซียนหวยจำนวนหนึ่ง  ต่างพากันจัดเตรียมดอกไม้ธูปเทียน เครื่องเซ่นไหว้ แต่งขันธุ์5 เพื่อประกอบพิธีขอหวย ต้นกล้วยประหลาด ตามความเชื่อ โดยใช้แป้งฝุ่นลูบเบาๆที่หวีกล้วยและลำต้น ปรากฎว่า บางคนเห็นเป็นเลข 179 บางคนก็เห็นเป็นเลข 479 และจากการนับผลกล้วย พบว่ามีทั้งหมด 6 หวี จำนวน 30 ลูก ขณะเดียวกัน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นกล้วยตานี จึงได้นำธูปเสี่ยงโชค มาจุดบูชา ปรากฎตัวเลข 42 จึงเตรียมนำเลขที่ได้ ไปหาเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง ตามความเชื่อกันต่อไป


  จากการสอบถาม  นางเฉลียว คล้ายแก้ว อายุ68 ปี เจ้าของที่ เผยว่า ตนได้นำต้นกล้วยมาปลูกไว้ที่บริเวณตรงข้ามกับหน้าบ้าน มาเกือบ1 ปีแล้ว ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยพบสิ่งผิดปกติ กระทั่ง3วันที่แล้ว  ตนได้ออกมาดูต้นกล้วยที่ปลูกไว้เพื่อจะรดน้ำเพราะช่วงนี้ฝนไม่ค่อยตกก็อยากจะมารดน้ำ  ก็ต้องรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่ากล้วยของตน งอกออกมาเพิ่งอีก3ต้น แต่กลับแปลกต้นที่ปลูกเอาไว้ก่อนมีหวีกล้วยและหัวปลี โผล่ออกมากลางลำต้น สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าจะมีโชคลาภ จึงนำเรื่องราวไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง และพากันเดินทางมาขอหวย ตามความเชื่อ


เพชรบูรณ์-จับสึกระหว่างพรรษา พระเร่ร่อนหาที่จำวัดไม่ได้ พระสงฆ์ญาติโยมเอือมระอา



เพชรบูรณ์-จับสึกระหว่างพรรษา พระเร่ร่อนหาที่จำวัดไม่ได้ พระสงฆ์ญาติโยมเอือมระอา



วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ชาวบ้าน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชนแดน ร่วมกันจับสึกพระเร่ร่อน หาที่จำวัดไม่ได้ พระสงฆ์ญาติโยม ต่างเอือมระอา โดยเหจุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 20.30 ของวันที่ 21กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจตำท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจาก พระวัดศิริรัตน์วนาราม ตำบลท่าข้าม ว่ามีพระอาละวาดก่อกวนในวัด จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบว่าในศาลา กำลังมีการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ (ทางญาติไม่อนุญาตให้บันทึกภาพในงาน)  หน้าเมรุ มีรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า  สีบรอนทอง หมายเลขทะเบียน  2ขฆ 4798 กรุงเทพมหานคร  จอดอยู่ภายในศาลา ด้านนอกมีประชาชน และ พระหลายรูป ยืนล้อม พระผู้ก่อเหตุ ที่กำลังเตรียมจะหนี เจ้าหน้าที่ จึงขอทำการตรวจค้นภายในรถ ซึ่งเจ้าตัวไม่ยินยอม ทางเจ้าหน้าที่ จึงควบคุมตัวไว้ และทำการตรวจค้นในรถพบกระเป๋าเสื้อผ้า และ เครื่องนอนของใช้ต่าง ๆ อยู่ภายในรถ 





ต่อมาทราบชื่อ คือพระไถง ศิริวันโณ หรือ นายไถง พงษ์ศร อายุ 71 ปี มีใบสุทธิ 4 ใบ ซึ่งใบล่าสุดรับเข้าสังกัด วัดศรีษะเกตุ ตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าพระไถง ศิริวันโณ หรือ นายไถง พงษ์ศร เดิมมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 8 ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จำวัดอยู่ที่วัดจันทราราม (วัดตะกุดจั่น) ซึ่งชาวบ้านทนพฤติกรรมเกี่ยวกับการด่าทอชาวบ้าน การตำหนิพระด้วยกัน และ ยังมีพฤติกรรมลักเล็ก ขโมยน้อยไม่ไหว ชาวบ้านจึงทำการขับไล่ให้พ้นออกไปจากวัด ต่อมาพระไถง จึงได้ตระเวนไปอาศัยจำอยู่วัดต่าง ๆ ซึ่งก็มีทั้ง พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลพบุรี ล่าสุดได้มาจำวัดที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และมาพบตัวอยู่ที่ วัดศิริรัตน์วนาราม ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพระในวัดให้เข้ามาพักอาศัย นอกจากนี้ยังมาก่อกวนในงานสวดอภิธรรมศพ ของชาวบ้าน โดยการรื้อค้นข้าวของภายในวัด ชาวบ้านและ พระทนพฤติกรรมไม่ไหว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการจับสึก ซึ่งหลังจากการถูกจับสึกแล้ว นายไถง ก็ได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวออกจากวัดไป

เพชรบูรณ์ หนุ่มขี้ระแวง บุกปาดคอสาวใหญ่ขณะนอหลับ เหตุเข้าใจว่าขโมยโทรศัพท์ จึงใช้มีดปลอกผลไม้ก่อเหตุ



เพชรบูรณ์ หนุ่มขี้ระแวง บุกปาดคอสาวใหญ่ขณะนอหลับ เหตุเข้าใจว่าขโมยโทรศัพท์ จึงใช้มีดปลอกผลไม้ก่อเหตุ



วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เวลา 00.30 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ สภ ชนแดน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ คนถูกทำร้ายโดยการใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่19 หมู่ 12 ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์  จากนั้นจึงประสานพนักงานสอบสวน พร้อมอาสากู้ภัยชนแดนสงค์เคราะห์  ร่วมอำนวยความสะดวก ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว พบบาดเจ็บชื่อ นางอัฉฉรา สวัสดี  อายุ 48 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายโดยการใช้มีดปาดเข้าที่คอ จากการตรวจบาดแผลมีความลึก 1.5 ซม ยาว 10 ซม ทางอาสากู้ภัยชนแดนสังเคราะห์ ต้องทำรีบทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แล้วรีบนำตัวผู้บาดเจ็บสงโรงพยาบาลชนแดน ในที่เกิดเหตุยังพบมีดปลอกผลไม้ ที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน





ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ กับ นายสุรศักดิ์ หรือ (แจ๊ก) ศรีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่  23 หมู่ 7 ต ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งบ้านของทั้ง 2 อยู่ห่างกันประมาณ 150 เมตร เบื้องต้นทราบว่า นายสุรศักดิ์ หรือ (แจ๊ก) เข้าใจว่า นางอัฉฉรา สวัสดี  ได้ขโมยเอาโทรศัพท์ของตนเองไป จึงมาติดตามทวงโทรศัพท์ที่บ้าน โดยได้นำอาวุธมีดปลอกผลไม้ของตนเองติดตัวมาด้วย ซึ่งนายสุรศักดิ์ หรือ แจ๊ค ได้ถามหาโทรศัพท์ของตน จากผู้บาดเจ็บก่อนจะลงมือใช้อาวุธมีดที่ติดตัวมาก่อเหตุดังกล่าว จากนั้นก็ได้หลบหนีไป ส่วนคนก่อเหตุพบประวัติเพิ่งจะพ้นโทษออกจากคุก มาไม่นานแล้วก็มาก่อเหตุอีก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



จากการสอบถาม คำรณ  สวัดดี  อายุ 60  ปี ผู้เป็นสามี ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุทั้ง 2 สามี-ภรรยา ได้นอนหลับกันอยู่ภายในบ้าน ระหว่างนั่นได้มีคนมาเคาะประตูเรียกให้ตนเองเปิดประตู พอเปิดประตูออกมาก็พบกับ นายสุรศักดิ์ หรือ (แจ๊ก) ศรีสวัสดิ์ อายุ 36 ปี แล้วถามหาภรรยาของตน ตนจึงบอกไปว่าภรรยานอนอยู่ในมุ้ง นายสุรศักดิ์ จึงเข้าไปในมุ้ง แล้วใช้มีดปลอกผลไม้ที่นำมาด้วย ปาดคอ นางอัฉฉรา ทันทีแล้วหลบหนีไป ทางฝ่ายสามี จึงโทรศัพท์ แจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ ชนแดน พร้อมกู้ชีพชนแดนสงค์เคราะห์ มาที่เกิดเหตุพร้อมนำคนเจ็บส่ง รพ ชนแดน


เพชรบูรณ์ ตาร้องกันต์ จอมพลัง ช่วยด้วยถูกนำชื่อไปกู้แบงค์ ถูกฟ้องยึดบ้าน



เพชรบูรณ์ ตาร้องกันต์ จอมพลัง ช่วยด้วยถูกนำชื่อไปกู้แบงค์ ถูกฟ้องยึดบ้าน



วันที่ 24 มิถุนายน 2568 นายธงชัย สนะวงษ์  อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 14 ต.ชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ วอนกันจอมพลัง ช่วยเหลือผ่านทางผู้สื่อข่าว หลังถูก ฟ้องยึดทรัพย์ ซึ่งในวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ที่จะถึงนี้ จะต้องทำการย้ายข้าวของนี้ออกจากบ้านที่ตนเองอาศัยมานานกว่า 76 ปี โดยบ้านหลังนี้ตนเองอาศัยอยู่กับ ลูกหลาน  รวม 6 คน ซึ่งถ้าถูกยึด ก็ไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ที่ไหน วันนี้เพียงแค่อยากจะให้ กันจอมพลัง  เข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะให้เข้ามาช่วยติดตามทวงหนี้กับบุคคล 3 ราย  ซึ่งก่อนหน้านี้ได้บุคคลทั้ง 3 ได้มีการนำหลักฐานของตนเองไปแอบยื่นกู้เงินเพิ่มกับทางธนาคาร ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าทาง ธนาคารอนุมัติเงินจำนวนนี้มาได้อย่างไร สุดท้ายก็ถูกฟ้องร้องเป็นจำนวนเงิน 3,500,000 บาท 



วันนี้บุคคล ผู้ที่เอาชื่อตัวเองไปไปแอบ กู้เงินเพิ่มกับทางธนาคาร บางคนได้หลบหนีออกไปจากหมู่บ้าน โดยก่อนหน้านี้ ตนเองเคยทำเรื่องร่วมกันกับกรรมการกลุ่ม จำนวน 9 ราย ทำการกู้ยืมเงินจำนวน 1,000,000 บาท ( หนึ่งล้านบ้านถ้วน ) มากับทางธนาคาร โดยคุณตา อ้างว่า ตนเองทำการผ่อนชำระ ตามที่ธนาคารกำหนด แต่ ภายหลัง มีกรรมการบางคนในกลุ่ม ทำการนำเอกสารเดิม ของทางกรรมการ ไปทำเรื่องกู้เงินเพิ่ม ซึ่งจากเดิม กู้มาแค่ 1 ล้านบาท แต่ภายหลัง ทางคณะบางคน ได้นำเอกสารของตนเอง ไปกู้เงินเพิ่ม รวมเป็นยอดเงินรวม จำนวน 3,000,000 บาท ( สามล้านบาทถ้วน ) ไม่รวมดอกเบี้ย แต่ คณะกรรมการ กู้เงินกลุ่มดังกล่าว ไม่ส่งเงินตามกำหนด ตนเองจึงถูก ฟ้องร้องดำเนินคดี ถึงขั้นฟ้องร้องยึดทรัพย์ บ้าน 1 หลัง ซึ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ราว 2 งาน เพื่อจะชดใช้หนี้ จำนวน 3,500,000 บาท ( สามล้านห้าแสนบาทถ้วน )



โดยก่อนหน้านี้หลังความจริงถูกเปิดเผยว่า ตัวเองถูกเอาชื่อไปอ้างกู้เงินเพิ่ม กลุ่มบุคคลดังกล่าว ได้มาพูดคุยกับตัวเองว่าจะชดใช้หนี้ให้ ขอให้ตัวเองไม่เอาเรื่องซึ่งครั้งนั้นตนเองเชื่อใจว่ากลุ่มคนดังกล่าวจะมีการนำหนี้ไปคืนแต่สุดท้ายกลับเบี้ยว ทิ้งหนี้ก้อนโตให้กับตนเองจนถูกฟ้องยึดทรัพย์ ตนจึงวอน กันจอมพลัง ขอให้เมตตา ช่วยเหลือ ตนเองและครอบครัว ด้วย



เพชรบูรณ์ ชาวบ้านนับร้อยเดินทางเท้าขึ้นน้ำตกทำพิธีชุบตัวขอพร คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ด


เพชรบูรณ์  ชาวบ้านนับร้อยเดินทางเท้าขึ้นน้ำตกทำพิธีชุบตัวขอพร คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ด



วันที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่น้ำตกคลองบ่ย่าหมู่ที่ 7 บ้านวังไทรทองตำบลซับเปิบอำเภอวังโป่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนับร้อยคนเดินเท้านำดอกไม้ธูปเทียน ผลไม้ อาหารหวานคาวขึ้นน้ำตกคลองบ่อย่าร่วมกันทำพิธีกรรมเปิดฟ้าและร่วมทำพิธีชุบตัวหรือดำน้ำ 3 ครั้งขอพรแล้วหายจากโรคภัยไข้เจ็บหรือปวดหลังปวดเอวโดยชาวบ้านที่ขึ้นมาทำพิธีแล้วหาย นับถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนเขาโดยเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำพญานาคย่าขาว ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่าน้ำตกบ่อย่าสมัยก่อนนั้นชาวบ้านเล่ากันว่าเคยมีแม่ย่าได้สถิตอยู่ตรงภูเขาลูกนี้ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวบ้านในละแวกนั้น


  สอบถามจากร่างทรง (ขอสงวนชื่อ) บอกว่า ได้ทำพิธีให้ฟ้าเปิด ขอพรพญานาคย่าขาว  ก่อนหน้านี้แม่ย่าได้ไปเข้าฝันคุณละเอียดว่าให้ไปชุบตัวขอพร ครั้งแรกได้มาแค่ 10 คนพอชุบไปแล้วอะไรที่ขอสำเร็จหมดเลย และลูกศิษย์ที่ปวดหลังปวดเอวทุกคนที่มาก็หายก็บอกว่าจะกลับมาพอทุกคนดีขึ้นวันนี้ก็มากันเยอะมาก ส่วนที่เราจะชุบตัวเราจะขอพรก่อนจะดำน้ำ 3 ครั้ง แล้วให้ขอพรครั้งละ 1พร จะขออะไรก็ได้ แต่เราก็ขอพรกับพญานาคย่าขาว  มาขอพรในครั้งนั้นมีคนหายจะเจ็บปวดก็เลยมาอีกครั้งมาเยอะเลย

  ขณะที่ร่างทรงได้ทำพิธีเปิดฟ้านั้นร่างทรงได้หยิบเทียนน้ำมนต์ขึ้นมาแล้วก็เขียนลงแผ่นหินนั้นเป็นตัวเลข 50,561คอหวยและชาวบ้านไม่พลาดหยิบกระดาษมาจดและนำโทรศัพท์ออกมาถ่ายเก็บไว้เพื่อจะไปเสี่ยงโชค โค้งสุดท้ายก่อนหวยออกหวยออก


   ทั้งนี้น้ำตกคลองบ่อย่า จะมีภูมิประเทศเป็นร่องห้วยลึก   สภาพพื้นที่บริเวณรอบ ๆ  เป็นภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อน เป็นขุนต้นน้ำลำธาร  ซึ่งเกิดจากเทือกเขาใหญ่ บางช่วงของน้ำตกคลองบ่อย่า  จะมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน  และมีเกาะแก่งภายในลำห้วย  มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี  โดยตัวน้ำตกจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งยอดสูงสุด ชาวบ้านเรียกว่า  น้ำตกคลองบ่อย่า จะมีความสวยงามของสายน้ำ ไหลลดหลั่นลงมาตามโขดหิน นักท่องเที่ยว สามารถลงเล่นน้ำคลายร้อนได้อย่างปลอดภัย


เพชรบูรณ์ – รองผู้อำนวยการโรงเรียนเครียดเรื่องหนี้สิน ผูกคอดับใต้ต้นมะม่วงในบ้านพัก


เพชรบูรณ์ – เกิดเหตุสลดเมื่อรองผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังในอำเภอชนแดน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอเสียชีวิตใต้ต้นมะม่วงภายในบ้านพัก คาดเครียดจากปัญหาสุขภาพและหนี้สิน



เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ร.ต.ท.พงศธร โลหะบาล พนักงานสอบสวน สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุมีผู้ผูกคอเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 2 บ้านวังปลาช่อน ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณหน้าบ้านใต้ต้นมะม่วง พบศพนายสัมฤทธิ์ ทองศรี อายุ 45 ปี รองผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอชนแดน (ขอสงวนชื่อโรงเรียน) สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ ใช้เชือกไนลอนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วงสูงประมาณ 2.3 เมตร ใกล้กันพบเก้าอี้พลาสติกสีแดงล้มอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง



นางทิพวรรณ์ ทองศรี อายุ 42 ปี ภรรยาของผู้ตายให้การว่า ผู้ตายมีอาการเครียดจากปัญหาหนี้สิน และลาหยุดงานมา 2 วันแล้ว โดยอ้างว่าไม่สบาย เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุยังพูดคุยกันตามปกติ และไม่มีปากเสียงกันแต่อย่างใด ผู้ตายยังมีโรคประจำตัวหลายโรครุมเร้า เช่น เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือด

นอกจากนี้ บนเฟซบุ๊กของผู้ตายยังได้โพสต์ภาพภรรยาและลูก 2 คน พร้อมข้อความว่า “รักมากนะครับ จงรู้ไว้” ประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ


จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน พบว่าเวลาประมาณ 04.45 น. ผู้ตายเดินวนไปมาในบริเวณโรงจอดรถ ก่อนจะถือเชือกและเก้าอี้ออกไปที่หน้าบ้าน และก่อเหตุในเวลาประมาณ 05.10 น.

ระหว่างนั้น นางสายหยุด ศรีไตรรัตน์ อายุ 60 ปี เพื่อนบ้านและเป็นร่างทรงประจำหมู่บ้าน ได้แสดงอาการร่ำไห้กรีดร้องเสียงดัง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการแสดงออกจากวิญญาณของผู้ตายที่มาเข้าสิงตามความเชื่อท้องถิ่น




ทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


มนตรี นรดี

ผู้สื่อข่าวพิเศษ

โทร. 081-043-6224








พิธีบวงสรวงปู่ลาเหิรฟ้าบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 สะท้อนความศรัทธาและสืบสานประเพณีท้องถิ่น


พิธีบวงสรวงปู่ลาเหิรฟ้าบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 สะท้อนความศรัทธาและสืบสานประเพณีท้องถิ่น

 






วันที่ 30 เมษายน 2568 ที่บริเวณหน้าศาลปู่ลา ภายในโรงเรียนบ้านซับบอน ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดงานประเพณีบวงสรวงปู่ลา เหิรฟ้าบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายสุเทพ เบียร์ดี นายอำเภอบึงสามพัน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลกันจุ หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ในพิธีเปิดงาน นายวริษฐ์ บุญรุ่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกันจุ ได้กล่าวรายงานว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามที่มีมาแต่โบราณให้คงอยู่สืบไป ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยขบวนแห่ที่มีการแสดงรำจากกลุ่มชาวบ้านหลายหมู่บ้าน อาทิ กลุ่มไทยทรงดำบ้านลำตะคร้อ โรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ อบต.กันจุ และนางรำชาวบ้านหมู่ 7, 8, 10 และ 14 ของตำบลกันจุ ชมรมคนรักษ์ประเพณีไทหล่ม จาก อ.หล่มเก่าร่วมกันรำถวายแด่ปู่ลา เพื่อแสดงความเคารพศรัทธาต่อบรรพบุรุษผู้เป็นที่เคารพนับถือของชุมชน ส่วนช่วงบ่ายของงานมีการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เพื่อแสดงความกตัญญู และกิจกรรมจุดบั้งไฟตามประเพณี พร้อมการแสดงดนตรี สร้างความสนุกสนานและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน





ด้าน นายถาวร บุญวิเศษ ประธานมูลนิธิปู่ลาพารวย กล่าวว่าตามตำนานที่ชาวบ้านเล่าขาน ปู่ลาเป็นนายฮ้อยที่นำวัวควายไปขายที่นครสวรรค์และพิจิตร มีความซื่อสัตย์และยึดมั่นในสัจจะวาจา แม้จะไม่ได้กลับไปจ่ายเงินให้เจ้าของวัวควายตามที่ตกลง เพราะเสียชีวิตจากโรคไข้มาลาเรียที่ริมหนองน้ำบ้านซับบอน ท่านยังได้ฝากเงินไว้ใ






ห้ลูกน้องนำไปจ่ายให้เจ้าของวัวควายทุกคนตามที่สัญญาไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมและจริยธรรมอันน่ายกย่อง ปัจจุบันศาลปู่ลาได้ตั้งอยู่ที่บริเวณโรงเรียนบ้านซับบอน ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ งานประเพณีบวงสรวงปู่ลา เหิรฟ้าบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานประเพณีที่สำคัญ แต่ยังเป็นการปลูกฝังคุณค่าทางวัฒนธรรมให้แก่เยาวชน และเสริมสร้างความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง.

ข่าวอัพเดท

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที อบจ.เพชรบูรณ์ เปิ...

บทความยอดนิยม