อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที

อบจ.เพชรบูรณ์ เปิดรับสมัครพยาบาลวิชาชีพและแพทย์แผนไทยรวม 10 อัตรา หลังมีเสียงตั้งข้อสังเกตการรับสมัครแบบ "กรณีมีเหตุพิเศษ" รองนายก อบจ.ยืนยันเป็นไปตามหลักเกณฑ์ราชการสำหรับวิชาชีพเฉพาะ พร้อมโชว์มาตรการโปร่งใส เปิดตรวจข้อสอบต่อหน้าผู้สมัคร รู้ผลคะแนนทันที

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 69 นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดรับสมัครคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 2 ตำแหน่ง ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 5 อัตรา และแพทย์แผนไทยปฏิบัติการ 5 อัตรา รวมทั้งสิ้น 10 อัตรา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 5-14 สิงหาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า หลังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าการรับสมัครครั้งนี้ไม่ใช้วิธีสอบแข่งขันเหมือนการบรรจุบุคคลทั่วไปนั้น ขอชี้แจงว่า การคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษเป็นหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานภาครัฐใช้กับสายงานวิชาชีพเฉพาะ ซึ่งกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติและประสบการณ์ตรงตามมาตรฐานของแต่ละวิชาชีพ

รองนายก อบจ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผู้สมัครทุกคนต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากสภาการพยาบาล หรือสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพมาแล้ว จึงไม่ต้องสอบแข่งขันภาค ก. และภาค ข. เหมือนการรับบุคคลทั่วไป แต่ยังต้องสอบข้อเขียนวัดความรู้เฉพาะตำแหน่ง และผ่านการประเมินความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

"เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างโปร่งใส อบจ.เพชรบูรณ์ จะตรวจข้อสอบข้อเขียนทันทีหลังสอบเสร็จ โดยให้ผู้สมัครนำกระดาษคำตอบมาตรวจร่วมกับคณะกรรมการ ใช้กระดาษเฉลยทาบตรวจต่อหน้าผู้เข้าสอบทุกคน ทำให้ทราบคะแนนได้ทันที ลดข้อสงสัยเรื่องการแก้ไขคะแนนหรือการช่วยเหลือภายหลัง ยืนยันว่าทุกขั้นตอนตรวจสอบได้และเป็นธรรม" นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอเชิญชวนผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความตั้งใจร่วมพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของท้องถิ่น สมัครเข้ารับการคัดเลือก โดยสามารถศึกษารายละเอียดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเอกสารประกอบการสมัครได้จากประกาศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ และยื่นใบสมัครได้จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ

เพชรบูรณ์เปิดงาน "อินทผลัมเพชรบูรณ์ แอนด์ บอลลูนเฟสติวัล 2569" ชูอินทผลัมพืชเศรษฐกิจ กระตุ้นท่องเที่ยวหน้าฝน คาดเงินสะพัดหลายล้านบาท



เพชรบูรณ์เปิดฉากงาน "อินทผลัมเพชรบูรณ์ แอนด์ บอลลูนเฟสติวัล 2569" อย่างยิ่งใหญ่ ดันอินทผลัมขึ้นแท่นพืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัด ควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในช่วงฤดูฝน พร้อมขนผลผลิตสด สินค้าแปรรูป OTOP และกิจกรรมบอลลูนสีสันสดใส ดึงนักท่องเที่ยวเที่ยวเมืองมะขามหวาน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดงาน "อินทผลัมเพชรบูรณ์ แอนด์ บอลลูนเฟสติวัล 2569" ภายใต้โครงการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เกษตรกร และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก



นายณรงค์ศักดิ์ หอมมาลัย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย เพื่อเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมผลักดัน "อินทผลัมเพชรบูรณ์" ให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มแก่เกษตรกร รวมถึงต่อยอดเป็นจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่




ภายในงานมีการนำอินทผลัมสดคุณภาพจากสวนของเกษตรกรในจังหวัดมาจำหน่ายโดยตรงถึงผู้บริโภค รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม Young Smart Farmer เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลต์ ทั้งบอลลูนหลากสี การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรี กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว ตลอดจนโซนอาหารและของดีเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อสร้างสีสันการท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเยือนจังหวัด คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง


ด้านนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า งาน "อินทผลัมเพชรบูรณ์ แอนด์ บอลลูนเฟสติวัล 2569" ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรควบคู่กับการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของจังหวัด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเพชรบูรณ์ เลือกซื้ออินทผลัมคุณภาพและผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง พร้อมร่วมกิจกรรมความบันเทิงภายในงาน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2569 ณ สนามหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

เพชรบูรณ์ ลุยรับมือสังคมสูงวัย ชูแนวคิด "สลัดเงา NCDs ไม่มีล้ม" ดัน 4 นโยบาย สร้างเมืองสุขภาวะ



เพชรบูรณ์ ลุยรับมือสังคมสูงวัย ชูแนวคิด "สลัดเงา NCDs ไม่มีล้ม" ดัน 4 นโยบาย สร้างเมืองสุขภาวะ


เพชรบูรณ์เดินหน้าแก้ปัญหาสังคมสูงวัยอย่างเป็นรูปธรรม หลังพบผู้สูงอายุป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสี่ยงหกล้มเพิ่มขึ้น เร่งระดมทุกภาคส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะ พร้อมผลักดัน 4 มาตรการสำคัญ หวังยกระดับคุณภาพชีวิต มุ่งสู่ "เพชรบูรณ์ เมืองสุขภาวะ"




เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่หอวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "สูงวัย รุ่นเก่า สลัดเงา NCDs ไม่มีล้ม" โดยมีนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นางวาสนา ธีรนิติ ประธานกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยรวมถึงจังหวัดเพชรบูรณ์กำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองเสื่อม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง และผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพังไม่มีผู้ดูแลเพิ่มขึ้นทุกปี







ข้อมูลด้านสุขภาพยังพบว่า ผู้สูงอายุ 1 ใน 3 ของประเทศประสบเหตุหกล้มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตจากกระดูกสะโพกหักจากการหกล้มมากกว่า 40,000 คนต่อปี ส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์มีผู้สูงอายุราว 1.8 แสนคน โดยพบภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยถึงร้อยละ 28 ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทรงตัวไม่ดีและเสี่ยงต่อการหกล้ม

จังหวัดเพชรบูรณ์จึงปรับแนวคิดจากการรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการป้องกันก่อนเกิดโรคและก่อนเกิดอุบัติเหตุจากการหกล้ม ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบผลักดันนโยบายสาธารณะ 4 ด้าน ประกอบด้วย ผลักดัน "เพชรบูรณ์ เมืองปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัย" บรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยระดับจังหวัด ขับเคลื่อนแผน NCDs Ecosystem เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพแบบมีส่วนร่วม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

จังหวัดเพชรบูรณ์เชื่อว่าความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะเป็นแรงขับสำคัญในการลดปัญหาโรค NCDs ลดการหกล้มของผู้สูงอายุ และผลักดันให้จังหวัดก้าวสู่การเป็น "เพชรบูรณ์ เมืองสุขภาวะ" ที่ประชาชนทุกช่วงวัยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เพชรบูรณ์ เปิดฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ชวนประชาชนงดเหล้าเข้าพรรษา 2569 มุ่งสร้างสุขภาพดี ลดปัญหาสังคม



เพชรบูรณ์เปิดฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ชวนประชาชนงดเหล้าเข้าพรรษา 2569 มุ่งสร้างสุขภาพดี ลดปัญหาสังคม

เปิดฤดูกาลรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ เชิญชวนประชาชนร่วมสร้าง "ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า" ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพที่ดี ลดรายจ่ายในครัวเรือน และสร้างความสุขให้ครอบครัว พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมต่อเนื่องตลอดช่วงเข้าพรรษา


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ นายสุทธิศักดิ์ จงจรพงษ์ ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว "ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า และงดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2569" โดยมี นายจักรกฤษณ์ ยศปัญญา ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์ ในนามคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วม

นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันเข้าพรรษาของทุกปีเป็น "วันงดดื่มสุราแห่งชาติ" โดยในปี 2569 อยู่ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม - 26 ตุลาคม ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว ตลอดจนปัญหาความรุนแรงและผลกระทบต่อสังคม





สำหรับปีนี้นับเป็นปีที่ 23 ของการรณรงค์ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์ (สคล.) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด "สานพลัง ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 งดเหล้าเข้าพรรษา เปิดประตูสู่ฤดูกาลสุขปลอดเหล้า ปี 2569"

การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนเข้าพรรษา ค้นหาและคัดกรองผู้ติดสุราในระดับหมู่บ้านและตำบล โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อส่งต่อเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและเชิญชวนประชาชนลงนามปฏิญาณงดเหล้าในวันอาสาฬหบูชา

ช่วงเข้าพรรษา มุ่งสร้างกำลังใจให้ผู้ตั้งใจเลิกดื่มสามารถงดเหล้าได้ตลอดพรรษา ส่งเสริมการออมเงินแทนค่าใช้จ่ายจากการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน




ส่วน หลังออกพรรษา จะมีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูผู้ที่สามารถงดเหล้าได้ครบพรรษา พร้อมจัดตั้ง "ชมรมคนหัวใจหิน" สำหรับผู้ที่งดดื่มได้ครบพรรษา และ "ชมรมคนหัวใจเพชร" สำหรับผู้ที่เลิกดื่มต่อเนื่องเกิน 3 ปี และตั้งใจเลิกตลอดชีวิต รวมทั้งร่วมกันนับเงินออมจากกระปุกออมสิน เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้เชิญชวนประชาชนชาวเพชรบูรณ์ร่วมงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดช่วงเข้าพรรษา เพื่อร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะ ลดปัญหาสุขภาพ ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และคืนความสุขให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืน


อดีต ผอ.เกษียณพลิก 20 ไร่ ปลูกอินทผลัม 400 ต้น ฟันรายได้ปีละนับล้าน เปิดเมนูเด็ด "ส้มตำอินทผลัม" ดึงนักท่องเที่ยว


เพชรบูรณ์  อดีต ผอ.เกษียณพลิก 20 ไร่ ปลูกอินทผลัม 400 ต้น ฟันรายได้ปีละนับล้าน เปิดเมนูเด็ด "ส้มตำอินทผลัม" ดึงนักท่องเที่ยว

เพชรบูรณ์ มีอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความสนใจ เมื่อสองสามีภรรยาอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ใช้ชีวิตหลังเกษียณหันมาปลูกอินทผลัมบนพื้นที่กว่า 20 ไร่ จนกลายเป็นสวนอินทผลัมขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอวังโป่ง พร้อมต่อยอดผลผลิตเป็นเมนูสุดแซ่บ "ส้มตำอินทผลัม" และอาหารแปรรูปอีกหลายชนิด สร้างรายได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท



วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สวนภูชมจันทร์ หมู่ 16 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบกับ นางวรรณคำ เนตรแสงสี อายุ 65 ปี เจ้าของสวน ซึ่งเปิดเผยว่า ก่อนเกษียณอายุราชการประมาณ 2 ปี ได้วางแผนร่วมกับสามีซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเช่นกัน เนื่องจากทั้งคู่ชื่นชอบการทำเกษตร จึงตัดสินใจปลูกอินทผลัมกว่า 400 ต้น บนพื้นที่ราว 20 ไร่

ภายในสวนปลูกอินทผลัม 5 สายพันธุ์ ได้แก่ บาฮี โคไนซี่ ชิชิ คาลาส และอัมเอ็ดดาฮาน เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ผู้บริโภค และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวได้มา "ชม ชิม ช้อป แชะ" ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและทิวเขาที่โอบล้อม




นางวรรณคำ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นอินทผลัมมีอายุเข้าสู่ปีที่ 11 และให้ผลผลิตเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ทุกต้น ปีที่ผ่านมา มียอดขายประมาณ 1 ล้านบาท แม้จะต้องหักต้นทุนการผลิต แต่ยังถือว่าสร้างกำไรได้เป็นที่น่าพอใจ ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 20 ตัน จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100-150 บาท แบ่งตามเกรด A B และ C ซึ่งแตกต่างกันเพียงขนาดผล ส่วนรสชาติยังคงหวาน กรอบ และอร่อยเหมือนกันทุกเกรด

นอกจากจำหน่ายผลสดแล้ว ทางสวนยังนำอินทผลัมมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ทั้งส้มตำอินทผลัม ยำอินทผลัม และเค้กอินทผลัม โดยเปิดจำหน่ายทั้งหน้าสวน ขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงช่องทางออนไลน์ อีกทั้งยังเริ่มทดลองปลูกทุเรียน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลไม้ภายในสวนในอนาคต

ภายหลังเยี่ยมชมสวน นางวรรณคำได้จัดกิจกรรมชิมเมนูแปรรูปจากอินทผลัม โดยมี นายทศพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง และ นางสรินทร์รัตน์ พรมภักดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน ร่วมชิม พร้อมโชว์ฝีมือตำ "ส้มตำอินทผลัม" ทั้งตำไทย ตำปูปลาร้า และตำป่า ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ร่วมงานว่า มีรสชาติแซ่บ กรอบ สดชื่น และเป็นเมนูที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีเมนูยำอินทผลัมให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอีกด้วย




นายทศพร กล่าวว่า อำเภอวังโป่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับปลูกผลไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ มะขามหวาน เงาะโรงเรียน ทุเรียนหมอนทอง และอินทผลัม ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรและเศรษฐกิจของอำเภอ พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ชิม และอุดหนุนผลไม้คุณภาพจากสวนภูชมจันทร์

ด้านนางสรินทร์รัตน์ กล่าวว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวแวะมาเที่ยวสวนภูชมจันทร์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ ชิมอินทผลัมสดรสหวาน กรอบ สะอาด ปลอดสารพิษ รวมถึงเมนูแปรรูปที่เป็นเอกลักษณ์ของสวน ซึ่งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดฤดูกาลผลผลิต.

มนสิชา  คล้ายแก้ว / ยุทธ  ศรีทองสุข

เพชรบูรณ์ ญาติร้องขอความเป็นธรรม หลังหนุ่มวัย 40 ปี เสียชีวิตปริศนา ญาติยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการผูกคอตนเอง


เพชรบูรณ์  ญาติร้องขอความเป็นธรรม หลังหนุ่มวัย 40 ปี เสียชีวิตปริศนา ญาติยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการผูกคอตนเอง

ญาติของชายวัย 40 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว หลังหลานชายเสียชีวิตภายในบ้านพักในพื้นที่อำเภอชนแดน โดยพบสภาพใช้สายไฟผูกคอติดกับขื่อบ้าน ขณะที่ครอบครัวยังไม่เชื่อว่าเป็นการตัดสินใจจบชีวิตด้วยตนเอง และต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด




เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 นางอัญชญา แจ้งสว่าง อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นน้าของผู้เสียชีวิต ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าว กรณีนายพิษณุ บุญสม อายุ 40 ปี ตามทะเบียนบ้านอยู่เลขที่ 378/1 หมู่ 1 ตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เสียชีวิตจากการใช้สายไฟผูกคอติดกับขื่อบ้าน ภายในบ้านไม้ยกพื้นสูงเลขที่ 40 หมู่ 9 ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาว เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา

นางอัญชญา เปิดเผยว่า ครอบครัวยังไม่เชื่อว่าหลานชายจะตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตเอง เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นคนร่าเริง ขยันทำงาน มีครอบครัว มีลูก และไม่มีพฤติกรรมหรือคำพูดที่บ่งบอกว่ามีความเครียดหรือปัญหาชีวิต อีกทั้งในวันเกิดเหตุยังมีกำหนดจะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครในช่วงเวลา 17.00 น. แต่กลับมาพบว่าเสียชีวิตก่อนเวลาเดินทางไม่นาน


นอกจากนี้ ญาติยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพที่พบศพ ซึ่งระบุว่าร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ในลักษณะที่ปลายเท้าอยู่ใกล้พื้น จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้านอย่างละเอียด เพื่อให้ครอบครัวได้รับความกระจ่างและความเป็นธรรม

ทั้งนี้ ครอบครัวฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรอบด้าน เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่าต้องการให้ความจริงปรากฏ ไม่ว่าจะผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นเช่นใด

หนุ่มเวัย 33 ขับกระบะเสียหลักชนต้นสัก ดับคาที่ ขณะไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านอีกแห่ง



หนุ่มเวัย 33 ขับกระบะเสียหลักชนต้นสัก ดับคาที่ ขณะไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านอีกแห่ง


หนุ่มวัย 33 ปี ขับรถกระบะยืมของพ่อออกจากบ้าน เพื่อไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านอีกแห่ง แต่เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางอย่างแรง เสียชีวิตติดคาซากรถ บนถนนสายท่าข้าม-ลาดแค อำเภอชนแดน


เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.ชนแดน รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง บริเวณถนนสายท่าข้าม-ลาดแค หลักกิโลเมตรที่ 5-6 ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีผู้ติดอยู่ภายในรถและได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.พนักงานสอบสวน สภ.ชนแดน พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลชนแดน และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน จง 2520 เชียงใหม่ สภาพด้านหน้าพังยับตั้งแต่กันชนถึงห้องเครื่อง ชนอัดติดกับต้นสักข้างทางอย่างรุนแรง ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่บริเวณเบาะคนขับ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา



ทราบชื่อต่อมาคือ นายคุณากรณ์ วิจิตรอรุณ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146/1 หมู่ 8 บ้านหนองใหญ่ ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากบ้านหนองใหญ่ มุ่งหน้าไปยังบ้านดงขุย ต.ดงขุย อ.ชนแดน เพื่อไปนำเสื้อผ้าของตนเองกลับมา แต่ระหว่างทางเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพุ่งตกข้างทางก่อนชนต้นสักอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่

นางบังอร แดงน้อย มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายยืมรถของพ่อขับออกจากบ้านเพื่อไปเอาเสื้อผ้า ก่อนมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต โดยตนทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่โทรศัพท์มาแจ้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ข่าวอัพเดท

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที

อบจ.เพชรบูรณ์ แจงรับสมัคร "พยาบาล-แพทย์แผนไทย" 10 อัตรา ชี้เป็นคัดเลือกกรณีพิเศษ ย้ำโปร่งใส ตรวจข้อสอบรู้ผลทันที อบจ.เพชรบูรณ์ เปิ...

บทความยอดนิยม