เปิดวง “สภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 8” ชวนศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 เจาะสถานการณ์สุขภาพจิตคนเพชรบูรณ์ พบอัตราฆ่าตัวตายสำเร็จราว 10 ต่อแสน สูงกว่าเกณฑ์ประเทศ ขณะที่ผู้สูงอายุแตะ 15 ต่อแสน เด็กวัย 15–19 ปี พยายามฆ่าตัวตายสูงถึง 140 ต่อแสน ชี้ปัญหาไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียว แนะใช้หลัก “3 ส.” สอดส่องมองหา–ใส่ใจรับฟัง–ส่งต่อเชื่อมโยง เปลี่ยนจาก “รอรักษา” เป็น “เห็นสัญญาณ รีบช่วยกันป้องกัน”
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ที่ร้านดีดีคาเฟ่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์จัด “สภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 8” เปิดวงแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์สุขภาพจิตในพื้นที่ ร่วมกับศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 โดยมี ดร.เพ็ญสุภา ไชยเมือง ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 นายสุขเสริม ทิพย์ปัญญา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ น.ส.สาวิตรี ฉิมหัวร้อง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 และ น.ส.จีราวรรณ กิ่งมะลิ นักวิชาการสาธารณสุข สสจ.เพชรบูรณ์ ร่วมพูดคุย โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมประมาณ 15 คน
นายสุขเสริม ทิพย์ปัญญา เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงว่า เพชรบูรณ์มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 10 รายต่อประชากร 100,000 คน สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานประเทศที่กำหนดไว้ไม่เกิน 7 รายต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่มีผู้พยายามฆ่าตัวตายและได้รับการช่วยเหลือมากกว่า 300 รายต่อปี
กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ซึ่งมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จประมาณ 15 รายต่อประชากร 100,000 คน ขณะที่กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 15–19 ปี มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงประมาณ 140 รายต่อประชากร 100,000 คน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตจำเป็นต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ไปจนถึงระบบบริการสุขภาพ
ด้าน ดร.เพ็ญสุภา ไชยเมือง กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่มีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งเรื่องส่วนบุคคล ปัญหาเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การใช้สารเสพติด รวมถึงเหตุการณ์หรือสถานการณ์กระตุ้นเฉพาะหน้า ดังนั้นการป้องกันจึงควรเริ่มตั้งแต่เด็กวัยเรียน พร้อมสร้างระบบเฝ้าระวังและการช่วยเหลือให้เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลคนรอบข้างได้ด้วยหลัก “3 ส.” ได้แก่ สอดส่องมองหา – ใส่ใจรับฟัง – ส่งต่อเชื่อมโยง หากพบคนใกล้ตัวมีสัญญาณความทุกข์หรือความเสี่ยง ควรเข้าไปพูดคุย รับฟังโดยไม่ตัดสิน และประสานผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
การจัด “สภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 8” จึงมุ่งใช้เวทีสื่อมวลชนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนปัญหาสำคัญของจังหวัด พร้อมเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสื่อ หน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพจิต และขยับจากการ “รอให้เกิดปัญหาแล้วรักษา” ไปสู่การ “เห็นสัญญาณเตือนและช่วยกันป้องกันตั้งแต่ต้น”




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น