เพชรบูรณ์เตรียมเลือกประธาน ทสม.จังหวัด 25 ส.ค. “ธนาดร” ชู 5 แนวทาง เชื่อมคน-งาน-พื้นที่ สู้ภัยสิ่งแวดล้อม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.เพชรบูรณ์ เตรียมเข้าสู่การคัดเลือกคณะกรรมการเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. ระดับจังหวัด ในวันที่ 25 ส.ค. 2569 หลังดำเนินการคัดเลือกระดับตำบลและระดับอำเภอครบทั้ง 11 อำเภอ ตามระเบียบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าด้วยอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน พ.ศ. 2567
สำหรับ จ.เพชรบูรณ์ มีสมาชิก ทสม. ผู้มีสิทธิในกระบวนการคัดเลือกจำนวน 10,018 คน ครอบคลุม 1,133 หมู่บ้าน/ชุมชน 117 ตำบล ใน 11 อำเภอ โดยกระบวนการคัดเลือกเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อให้ผู้แทนมีที่มาจากฐานพื้นที่อย่างแท้จริง
หนึ่งในผู้ที่จะเสนอตัวรับการคัดเลือกประธานเครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ คือ นายธนาดร หลิมเจริญ ประธานเครือข่าย ทสม. อำเภอเขาค้อ โดยมองว่า ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่สามารถแยกออกจากเรื่องเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ เพราะ “ป่าเชื่อมน้ำ น้ำเชื่อมเกษตร เกษตรเชื่อมอาหารและรายได้”
นายธนาดรกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบใกล้ตัวมากขึ้น ทั้งไฟป่า หมอกควัน PM2.5 น้ำท่วม และภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางการทำงานจากการรอแก้ปัญหา มาเป็นการเตรียมความพร้อมและป้องกันล่วงหน้า พร้อมเสนอกรอบการทำงาน 5 แนวทาง ได้แก่
รักษา ดูแลป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน แหล่งน้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นทุนสำคัญของ จ.เพชรบูรณ์
รับมือ สร้างความพร้อมให้ชุมชนในการเฝ้าระวังและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยเน้นการป้องกันและเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ
สร้างมูลค่า เชื่อมการอนุรักษ์เข้ากับเกษตรยั่งยืน สมุนไพร อาหารปลอดภัย การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจหมุนเวียน และธุรกิจสีเขียว เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่คนในพื้นที่
เชื่อมความรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับวิทยาศาสตร์ ข้อมูล GIS เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI พร้อมเปิดพื้นที่ให้สถานศึกษา นักวิชาการ และเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม
รวมพลัง เสนอแนวคิด “1 อำเภอ 1 วาระสิ่งแวดล้อม” ให้แต่ละอำเภอกำหนดประเด็นสำคัญตามบริบทของตนเอง ขณะที่เครือข่ายระดับจังหวัดทำหน้าที่เชื่อมองค์ความรู้ หน่วยงาน และทรัพยากร เพื่อสนับสนุนการทำงานในพื้นที่
นายธนาดรยังเสนอว่า การทำงานของ ทสม. ในระยะต่อไปควรเปลี่ยนจากการวัดความสำเร็จด้วย “จำนวนกิจกรรม” มาเป็นการวัดที่ “ผลลัพธ์” ว่าป่าได้รับการฟื้นฟูหรือไม่ ชุมชนมีความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือไม่ ประชาชนมีโอกาสทางเศรษฐกิจจากการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนหรือไม่ และคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นเพียงใด
พร้อมย้ำแนวคิดการทำงานว่า “เชื่อมคน เชื่อมงาน เชื่อมพื้นที่” เพื่อให้ ทสม. เป็นพลังของประชาชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และร่วมกำหนดอนาคตของ จ.เพชรบูรณ์อย่างยั่งยืน
สำหรับการคัดเลือกประธานเครือข่าย ทสม. จังหวัดเพชรบูรณ์ ในวันที่ 25 ส.ค. 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคลขึ้นมารับตำแหน่ง แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางการทำงานของเครือข่ายภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดในระยะต่อไป ท่ามกลางโจทย์สำคัญทั้งการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
























