เพชรบูรณ์ จัดใหญ่ “อุ้มพระดำน้ำ” 2569 เสี่ยงทายได้ “กาญจนาคา” เชื่อฝนฟ้าดี-บ้านเมืองร่มเย็น


เปิดตำนานศรัทธา “อุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ตลอดวันที่ 8-17 ต.ค. 2569 ผู้ว่าฯ ศรัณยู มีทองคำ ประกอบพิธีเสี่ยงทายโขนหัวเรือ ปรากฏผลปีนี้เลือกใช้หัวโขนเรือ “กาญจนาคา” อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาลงประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ 11 ต.ค. เชื่อเสริมสิริมงคล ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชผลอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณี “อุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมรับฟัง

ภายในงานมีพิธีสำคัญคือการเสี่ยงทายโขนหัวเรือที่จะใช้ในการอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาไปประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ณ ท่าวัดโบสถ์ชนะมาร ในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 โดยนายศรัณยู เป็นผู้ประกอบพิธีเสี่ยงทาย ผลปรากฏว่า หัวโขนเรือ “กาญจนาคา” จะถูกนำมาใช้ในพิธีประจำปีนี้

สำหรับกำหนดการจัดงาน เริ่มวันที่ 9 ต.ค. เวลา 18.00 น. มีพิธีรำถวายองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ณ พุทธอุทยานเพชบุระ

วันที่ 10 ต.ค. เวลา 09.09 น. มีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดไตรภูมิ จากนั้นเวลา 18.00 น. อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาแห่รอบเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมการแสดงและพิธีเปิดงานบริเวณหน้าวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง และหน้าสวนสาธารณะเพชบุระ

ส่วนไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ วันที่ 11 ต.ค. 2569 ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เวลา 10.09 น. จะมีพิธีอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาแห่ทางน้ำจากท่าวัดไตรภูมิไปยังท่าวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อประกอบ “พิธีอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเพชรบูรณ์สืบทอดกันมายาวนาน

จากนั้นวันที่ 12 ต.ค. พบกับการแข่งขันพายเรือทวนน้ำหนึ่งเดียวในโลก ทั้งประเภทเรือสั้นและเรือยาว ณ ท่าวัดไตรภูมิ ขณะที่ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค. เวลา 20.00 น.จะมีการแสดงแสงสีเสียง “ตำนานอุ้มพระดำน้ำ” ณ เวทีกลาง นอกจากนี้ ตลอดวันที่ 8-17ต.ค. ยังมีงานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย คาราวานสินค้า และฟรีคอนเสิร์ต บริเวณหอโบราณคดีเพชรบูรณ์อินทราชัย เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศประเพณีสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์

ทั้งนี้ คณะผู้ร่วมประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมือง, นายโอภาส อุปรี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายเวียง, นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายวัง, นายทวีศักดิ์ รุจิจรรยาวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 6 ฝ่ายคลัง และนายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายนา รวมถึงผู้ทำหน้าที่เทวดา ผู้ลั่นฆ้อง ผู้อ่านคำเสี่ยงทาย และผู้อ่านคำอธิษฐาน

สำหรับ “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในอดีตชาวบ้านออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก ก่อนเกิดเหตุอัศจรรย์ สายน้ำเกิดหมุนวน มีทรายพุ่งขึ้นมา และปรากฏองค์พระพุทธรูปลอยขึ้นเหนือน้ำ ชาวบ้านจึงอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีต่อมา ซึ่งตรงกับวันแรม15ค่ำเดือน 10 องค์พระพุทธรูปกลับหายไปจากวัด ก่อนมีผู้พบว่าพระองค์ลงไปดำผุดดำว่ายอยู่กลางแม่น้ำป่าสักบริเวณเดิม ชาวบ้านจึงอัญเชิญกลับมาประดิษฐานและถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา”นับแต่นั้นเป็นต้นมาเจ้าเมืองเพชรบูรณ์จะอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาลงประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำในวันสารทไทยของทุกปี ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข และปราศจากโรคภัย จนกลายเป็นประเพณีสำคัญที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์มาจนถึงปัจจุบัน

เพชรบูรณ์ ชาวบ้านประกาศขายเป็ดอี้เหลียง 30 บาท หลังถูกหลอก สุดท้ายแบกภาระซื้อหัวอาหารเลี้ยงไม่ไหว

เพชรบูรณ์ ชาวบ้านประกาศขายเป็ดอีเหลียง ตัวล่ะ 30 บาท หลังอ้างตนองถูกหลอกให้ซื้อเป็ดพันธ์อี้หลียง ผ่านตัวแทนบริษัทฯ สุดท้ายแบกภาระซื้อหัวอาหารเลี้ยงไม่ไหว 

วันที่ 11 กันยายน 2569 2569 นางสมใจ โคสิโอง อายุ 57 ปี ชาวบ้านตำบลตะกุดไร อำเภอชนแดน ประกาศขายเป็ดอี้เหลียง หลังอ้างว่า ถูกตัวแทนบริษัทฯ แห่งหนึ่ง หลอกให้ลงทุนซื้อเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อี้เหลียง ซึ่งเป็นเป็ดสายพันธุ์ ไข่และเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ โดยนางสมใจ เผยตนองได้สั่งลงเป็ดเพื่อเลี้ยงครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จำนวน 420 ตัว โดยเป็นเปิดเพศเมีย 300 ตัว เป็ดเพศผู้อีก 120 ตัว และปดขุน อีก 500 ตัว มาเลี้ยง แล้วทางบริษัทจะรับซื้อไข่เป็ดที่มีเชื้อเพื่อนำกลับไปเข้าโรงฟัก คืนในราคาฟองละ 10 บาท สุดท้าย ชาวบ้านต้องสูญเงินราว 200,000 บาท ทั้งซื้อพันธ์เป็ด ทังสร้างโรงเรือน สุดท้ายถูกปฎิเสธที่จะรับซื้อเป็ดคืน


ล่าสุด ถึงเจ้าตัวกับออกมาประกาศขายทิ้งเป็ดอี้เหลียง ในวัยเจริญพันธ์ ทิ้งในราคาตัวละ 30บาท เนื่องจากกำลังเดือดร้อนหนัก หลังเงินซื้อหัวอาหารหมด หัวอาหารที่ใช้เลี้ยงเป็ดใกล้จะหมดแล้ว จึงจำเป็นต้องประกาศขายทิ้ง ทุกวันนี้ต้องจ้างคนงานมาทำการตัดต้นกล้วยเพื่อมาทำหัวอาหารให้เป็ดกินกับรำขาว เพื่อลดค่าใช้จ่าย

จากการสอบถาม นางสมใจ โคสิโอง อายุ 57 ปี เผย ขอวอนผู้ใจบุญ ช่วยรับซื้อเป็ดให้หน่อย ในราคาตัวละ 30 บาท ตนเองก็ยินดีขาย หนึ่งคือขจัดความหิวโหยของน้องเป็ดไป สองคือตนเองไม่มีเงินแล้วตนเองอยู่กับแม่เพียงสองคน แม่อายุแก่แล้วอายุ 87 ปี แล้ว แต่การที่ตนเองลงทุนไปเยอะทำให้ตัวเองไม่มีเงิน ซึ่งหากตนเองขายเป็ดในราคา 30 บาทไปแล้ว มันยังมาต่อชีวิตตนเองกับแม่ได้ จากที่จะยกไปให้คนไปเลี้ยงฟรีๆ มันก็ยังทำให้ตนเองกับแม่ไปต่อได้อีกสักระยะหนึ่ง ตนก็ได้แต่หวังวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือและมองเห็นวิกฤตและความจำเป็นของตนเองด้วย

เดชา มลามาตย์/เพชรบูรณ์


สองตายายขึ้นเขาหาหน่อไม้ ยายบ่นหน้ามืดขอนั่งพัก ตาหาหน่อต่อ สุดท้ายกลายเป็นศพ

สองตายายขึ้นเขาหาหน่อไม้ ยายบ่นหน้ามืดขอนั่งพัก ตาหาหน่อต่อ สุดท้ายกลายเป็นศพ ชาวบ้านได้ยินหมาเห่าผิดปกติ รีบขึ้นเขาพบเสียชีวิตแล้ว

เพชรบูรณ์ - สลด! สองตายายชวนกันขึ้นเขาหาหน่อไม้ ยายวัย 64 ปี บ่นไม่ไหว หน้ามืดจะเป็นลม สามีบอกให้นั่งพัก ก่อนออกไปหาหน่อไม้ต่อ กระทั่งชาวบ้านได้ยินเสียงหมาเห่ากรรโชกผิดปกติ พากันขึ้นเขาตามหา พบยายกลายเป็นศพ ด้านตาเห็นร่างภรรยาถึงกับโผเข้ากอดร่ำไห้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.ย. 2569 ร.ต.อ.อำนาจ นิติลีลานนท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตบนภูเขาในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ จึงประสาน ด.ต.อมร กงถัน สายตรวจตำบลท่าข้าม พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลตำบลท่าข้าม เดินทางไปตรวจสอบ

จุดเกิดเหตุเป็นภูเขาขนาดเล็กติดกับหมู่บ้านเขาน้อยรังแตน สภาพเป็นภูเขาสูงชันและป่ารกทึบ ส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่คาย โดยต้องเดินเท้าจากจุดที่รถยนต์เข้าถึงประมาณ 1 กิโลเมตร มีชาวบ้านหลายสิบคนช่วยนำทางขึ้นไป

เมื่อไปถึงพบร่างหญิงนอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางป่า สวมกางเกงขายาวสีน้ำตาล เสื้อแขนยาวลายสก๊อต ใกล้กันพบถุงปุ๋ยสีฟ้า 2 ใบ และกองหน่อไม้จำนวนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ นางบุญโปร่ง ปัสสาวัส อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 8 ต.ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

จากการสอบสวน นายอำคา ปัสสาวัส สามีผู้เสียชีวิต ให้การว่า หลังรับประทานอาหารเช้า ตนและภรรยาได้ชวนกันออกจากบ้านไปหาหน่อไม้บนภูเขาลูกดังกล่าว ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ โดยขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปด้วยกัน และจอดรถไว้บริเวณเชิงเขา ก่อนพากันเดินขึ้นไปหาหน่อไม้ ระหว่างทางภรรยาบ่นว่าไม่ไหว รู้สึกหน้ามืดและเหมือนจะเป็นลม ตนจึงบอกให้ภรรยานั่งพักก่อน หากอาการดีขึ้นให้เดินลงไปรอที่รถ ส่วนตนจะออกไปหาหน่อไม้ต่อ

ต่อมาชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้ยินเสียงสุนัขเห่ากรรโชกดังผิดสังเกต จึงพากันเดินตามเสียงขึ้นไปบนภูเขา ก่อนพบร่างของนางบุญโปร่งนอนเสียชีวิตอยู่ จึงไปตามหาสามีเพื่อแจ้งข่าวร้าย เมื่อสามีเดินทางมาถึงและพบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ได้โผเข้ากอดร่างภรรยาด้วยความโศกเศร้าเสียใจ ท่ามกลางชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยชนแดนนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่นิติเวช จ.เพชรบูรณ์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป  

มนตรี   นรดี     ผู้สื่อข่าว

ชาวบ้านชนแดนโอด ถูกหลอกเลี้ยงเป็ดอี้เหลียง เสียหายราว 2 แสน บริษัทเบี้ยวรับซื้อไข่

ชาวบ้านวอน ผู้สื่อข่าวช่วยด้วย หลังตนองถูกหลอกให้ซื้อเป็ดพันธ์อี้เหลียง ผ่านตัวแทนบริษัทฯ รายหนึ่งซึ่งมีข้อตกลงกันว่าจะรับซื้อไข่เป็ดที่มีเชื้อคืนในราคาฟองละ 10 บาท สุดท้ายติดต่อกับไป ตัวแทนบริษัท กับเงียบ อ้างกับชาวบ้านว่าให้อาหารเลี้ยงเป็ดไม่ตรงเปกแถมมีการแอบเปลี่ยนหัวอาหาร

วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านอำเภอชนแดน ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าว หลังถูกตัวแทนบริษัทฯ แห่งหนึ่ง หลอกให้ลงทุนซื้อเป็ดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อี้เหลียง มาเลี้ยง แล้วทางบริษัทจะรับซื้อไข่ที่มีเชื้อเพื่อนำกลับไปเข้าโรงฟัก คืนในราคาฟองละ 10 บาท สุดท้าย ชาวบ้านต้องสูญเงินราว 200,000 บาท ทั้งซื้อพันธ์เป็ด ทังสร้างโรงเรือน หลังตัวแทนบริษัทฯ รายดังกล่าว อ้างกับชาวบ้านว่าให้อาหารเลี้ยงเป็ดไม่ตรงเปกแถมมีการแอบเปลี่ยนหัวอาหาร ซึ่งไม่ใช่หัวอาหารของทางบริษัท จึงของดรับซื้อ ภาระหนักอึ้งจึงตกกับชาวบ้านรายดังกล่าว หลังทำการตรวจสอบกับทางปศุสัตว์อำเภอชนแดน กลับได้รับการยืนยัน พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่สามารถเลี้ยงเป็ดได้โดยไม่มีการขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง อาจจะต้องสูญเสียค่าปรับเป็นจำนวนมหาศาล จึงวอนสื่อมวลชน ให้ช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ในพื้นที่ อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนางสมใจ โคสิโอง อายุ 57 ปี ชาวบ้านตำบลตะกุดไร อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการเลี้ยงเป็ดพันธุ์อี้เหลียง ซึ่งเป็นเป็ดสายพันธุ์ ไข่และเลี้ยงเพื่อบริโภค โดยนางสมใจ เผยตนองได้สั่งลงเป็ดเพื่อเลี้ยงครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จำนวน 420 ตัว โดยเป็นเปิดเพศเมีย 300 ตัว เป็ดเพศผู้อีก 120 ตัว และปดขุน อีก 500 ตัว อยู่ในวัยเจริญพันธ์สภาพกำลังจะอดอาหารตอนนี้กำลังเดือดร้อนหนัก เนื่องจากหัวอาหารที่ใช้เลี้ยงเป็ดใกล้จะหมดแล้ว และพบว่าไข่เป็ดอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ 

จากการสอบถาม นางสมใจ โคสิโอง อายุ 57 ปี เล่าว่า เขาอ้างว่าเขาเป็นบริษัท เค้าสัญญาตนเองว่าจะพาไปทำใบอนุญาต แต่เรื่องก็เงียบต้นจึงไปติดต่อด้วยตัวเอง ตนเองพึ่งรู้ว่าการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกต้องมีใบ ร.4 แต่ทางบริษัทไม่ได้ดำเนินการให้ สินค้าเขาเปิดเป็นบริษัทเขาต้องรู้เรื่องนี้ ซึ่งเขาจะต้องแจ้งกรมปศุสัตว์ว่าจะย้ายเป็ด แล้วจะต้องมีการตรวจโรคจากทางกรมปศุสัตว์ ตนไม่รู้เรื่องเลยเพราะเขาพูดจาคุยดีจึงได้หลงเชื่อ ไม่ใช่ตนเองไปซื้อเป็ดมาเลี้ยงเอง แต่ตนเองซื้อผ่านทางบริษัท จึงเชื่อใจ ตอนที่เขานำเป็ดมาขาย เขาคิดราคาตัวละ 350 บาท ตัวเองซื้อมา 420 ตัว หมดเงินไป 140,000 บาท ยังไม่ได้ขายเลย หมดค่าหัวอาหารกับค่าเป็ดรวมโรงเรือน ร่วม 200,000 ตอนหลังตัวแทนบริษัทเขาไม่ยอมคุยกับตนเอง

เดชา  มลามาตย์ ผู้สื่อข่าว

สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ EP.6 เปิดวงถก “ขิง” จากแปลงเกษตร สู่ธุรกิจส่งออก ชูแปรรูปเพิ่ม มูลค่า ฝ่าวิกฤต ราคาผลผลิต

เพชรบูรณ์ –สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ EP.6 เปิดพื้นที่กลางให้ภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ เกษตรกร ประชาชน และสื่อมวลชน ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนปัญหาของคนในพื้นที่ โดยหยิบกรณีศึกษา “วิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่” และ “บริษัท นวลอนันต์ จินเจอร์ฟู้ด” ถ่ายทอดเส้นทางการนำ“ขิง”ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม จากสินค้าพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานและตลาดส่งออก

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2569 ที่ร้านดีดีคาเฟ่ จ.เพชรบูรณ์ มีการจัดเวที “สภากาแฟสื่อ EP.6” เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันนำเสนอข้อมูล สะท้อนปัญหา และผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไปสู่การรับรู้และการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับวงสนทนาครั้งนี้ มี นางศรีนวล กันยาประสิทธิ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่ อ.หล่มเก่า, นายทัศนทรัพย์ ทองห่วง กันยาประสิทธิ์ ผู้จัดการบริษัท นวลอนันต์ จินเจอร์ฟู้ด และนายดรุฒ สุรเวคิน อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองด้านการเกษตรและธุรกิจแปรรูป

นางศรีนวล กล่าวว่า การรวมกลุ่มของเกษตรกรมีส่วนสำคัญในการช่วยกันพัฒนาผลผลิตในชุมชน โดยเฉพาะ“ขิง”ซึ่งเป็นผลผลิตสำคัญของพื้นที่การนำขิงสดมาแปรรูปช่วยลดข้อจำกัดด้านการจำหน่ายผลผลิตสดและปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่มีความผันผวน พร้อมสร้างช่องทางเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชน

ขณะที่ นายทัศนทรัพย์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการต่อยอดขิงมาจากการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานการผลิต โดยนำเมนูพื้นบ้านอย่าง “ขิงหยอง” มาปรับกระบวนการผลิตให้รับประทานง่ายและเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัยก่อนต่อยอดจากขิงสดไปสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่มสแน็กและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมากกว่า 20 ชนิด อาทิ ขิงแผ่นอบกรอบ กัมมี่เยลลี่ขิง คุกกี้ขิง และชาขิงสไลด์พร้อมชง การพัฒนากระบวนการผลิตยังมุ่งยกระดับมาตรฐานของโรงงานจนได้รับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อย. GHP และ HACCP ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในการเปิดโอกาสเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์สามารถขยายตลาดไปยังหลายประเทศในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน รวมถึงตลาดในทวีปยุโรป

วงสนทนายังสะท้อนว่า การแก้ปัญหาภาคการเกษตรอาจไม่ใช่เพียงการเพิ่มปริมาณผลผลิต แต่ต้องมุ่งสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ตั้งแต่การแปรรูป การพัฒนามาตรฐาน การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการหาตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกและอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกร

กรณีของ “ขิง” จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการปรับตัวของเกษตรกรและชุมชน จากปัญหาราคาผลผลิตและข้อจำกัดด้านตลาด สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และเชื่อมโยงสินค้าเกษตรท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

ทั้งนี้ “สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์”มุ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้มีปัญหาผู้มีแนวทางแก้ไข และผู้ได้รับผลกระทบ ได้มาพูดคุยกันบนพื้นที่เดียวกัน โดยสื่อมวลชนทำหน้าที่ “นำเสนอ สะท้อน กระตุก และกระตุ้น” ให้ประเด็นต่างๆ ถูกส่งต่อไปยังสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 สภากาแฟสื่อไม่ได้ต้องการเป็นเพียงพื้นที่พบปะของคนทำสื่อ แต่ต้องการเป็นพื้นที่ของทุกคน ที่เปิดให้ทุกเสียงมีความหมาย ทุกปัญหามีพื้นที่ และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการหาทางออก เพื่อให้การสื่อสารไม่จบเพียงการรับรู้ แต่สามารถนำไปสู่การตั้งคำถาม การแลกเปลี่ยน และการเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวอัพเดท

“ดร.บุญทรัพย์” ชู 7 นโยบาย ชิงเก้าอี้อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ ลั่นพัฒนาคน ยกระดับมหาวิทยาลัย เชื่อมท้องถิ่นสู่สากล

” ดร.บุญทรัพย์” ชู 7 นโยบาย ชิงเก้าอี้อธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ ลั่นพัฒนาคน ยกระดับมหาวิทยาลัย เชื่อมท้องถิ่นสู่สากล ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ผู้...

บทความยอดนิยม